เขื่อนยโสธร-พนมไพร เร่งระบายน้ำรับฝนตกต่อเนื่อง จ.ยโสธร

View icon 18
วันที่ 2 ส.ค. 2569 | 16.03 น.
เจาะประเด็นข่าว 7HD
แชร์
เจาะประเด็นข่าว 7HD - ตลอดทั้งสัปดาห์นี้ ไทยจะมีฝนตกหนัก ถึงหนักมากทางภาคอีสานตอนบน ภาคเหนือ และภาคตะวันออก ประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวต้องเตรียมความพร้อมรับมือ จากฝนที่ตกหนัก และตกสะสม

ภาพมุมสูงของเขื่อนยโสธร-พนมไพร จังหวัดยโสธร เจ้าหน้าที่ได้เปิดประตูระบายน้ำทั้ง 8 บาน ยกสูงบานละ 90 เซนติเมตร เพื่อระบายน้ำจากเหนือเขื่อนลงสู่ท้ายเขื่อน หลังฝนตกต่อเนื่องในพื้นที่ยโสธร และจังหวัดตอนบน ทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำชีเพิ่มสูงขึ้น และยังมีมวลน้ำจากลำน้ำยัง รวมถึงน้ำจากร้อยเอ็ด และมหาสารคาม ไหลลงมาสมทบ เจ้าหน้าที่จึงต้องเพิ่มการระบายน้ำ ป้องกันผลกระทบต่อชาวบ้านที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำชีทั้งสองฝั่ง ซึ่งปัจจุบันเขื่อนมีน้ำกักเก็บประมาณ 77% ของความจุทั้งหมด

ส่วนที่อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย เกิดฝนตกหนักและตกต่อเนื่องหลายชั่วโมงเช่นกัน ส่งผลให้น้ำป่าจากภูเขาไหลหลากท่วมสะพานน้ำล้น บ้านหินตั้ง ตำบลจอมศรี ชายอายุ 34 ปี ขับรถอีแต๊กจะกลับบ้าน และพยายามข้ามสะพาน แต่เมื่อถึงกลางสะพาน รถถูกกระแสน้ำเชี่ยวพัดจมหาย ส่วนคนขับสามารถหนีขึ้นฝั่งได้อย่างปลอดภัย ก่อนเจ้าหน้าที่ และชาวบ้านช่วยกันใช้รถยกและเชือกดึงรถขึ้นจากลำน้ำได้สำเร็จ

ที่จังหวัดอุทัยธานี ฝนที่ตกลงมาช่วยให้นาข้าวของชาวบ้าน ที่ประสบปัญหาฝนทิ้งช่วงนานกว่าหนึ่งเดือนกลับมาฟื้นตัว เขียวขจี และพ้นวิกฤติขาดน้ำ ชาวนาระบุว่า ฝนครั้งนี้ช่วยต่อลมหายใจให้ต้นข้าวที่เพิ่งงอก แต่ยังต้องเฝ้าระวังน้ำท่วมขังในแปลงนา เพราะต้นข้าวยังมีอายุน้อย หากฝนตกหนักต่อเนื่องอาจทำให้ต้นข้าวเสียหายได้ ก็ได้แต่หวังว่าฝนจะไม่ตกหนักไปมากกว่านี้ ผลผลิตในปีนี้ จะได้เป็นไปตามเป้าหมาย

ขณะที่ ข้อมูลจากสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ กรมอุตุนิยมวิทยา ระบุว่า ระดับน้ำแม่น้ำสาย อาจจะกลับมาสูงเกือบถึงระดับตลิ่งอีกครั้ง แต่ยังไม่เอ่อล้นตลิ่ง อย่างไรก็ตาม แม้ปริมาณฝนจะเริ่มลดลง แต่ระดับน้ำยังทรงตัวในระดับสูง อาจเกิดน้ำรั่วซึมผ่านคันกั้นน้ำ และทำให้การระบายน้ำเป็นไปได้ยาก ส่งผลให้พื้นที่บ้านหัวฝาย, สายลมจอย, เกาะทราย, ไม้ลุงขน, เหมืองแดง และพื้นที่ใกล้เคียงในอำเภอแม่สาย ยังต้องเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำท่วมอย่างใกล้ชิด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง