สนามข่าว 7 สี - คำถามสำคัญที่สังคมกังขาคือ รู้ว่าคดีนี้ลงโทษได้สูงสุดถึงขั้นประหารชีวิต แต่การบังคับใช้กฎหมายจริง ๆ ทำได้หรือไม่ และการที่ "ป๋อง" พ้นโทษออกจากเรือนจำ จะมีกฎหมายไหนช่วยป้องกันคนบริสุทธิ์ได้หรือไม่
เป็นคำถามจากน้องสาวของผู้ตาย เหยื่อของ "นายป๋อง" ที่เราเชื่อว่าตอนนี้ไม่ใช่แค่ครอบครัวเหยื่อ แต่คนในสังคมพากันตั้งคำถามต่อตัวผู้ก่อเหตุแบบนายป๋อง ที่ออกมาแล้ว เป็นภัยต่อคนในสังคม
เพราะถ้าย้อนฟังคนใกล้ตัวทั้ง ป้า หรือแม้แต่แม่แท้ ๆ ยืนยันตรงกัน ป๋องเคยถูกกระทำด้วยความรุนแรงมาตั้งแต่เด็ก และยังมีประวัติการรักษาทางจิตเวชในเรือนจำ
ซึ่งข้อมูลข้างต้น ก็แค่ช่วยไขข้อเท็จจริง ทำไมป๋องเป็นคนมีพฤติกรรมชอบใช้ความรุนแรง แต่ในมุมการใช้กฎหมายกับผู้ก่อเหตุแบบนายป๋อง
นายวิเชียร ชุบไธงสง อดีตนายกสภาทนายความ หยิบยกข้ออ้างประวัติอาการป่วยทางจิตเวช อธิบายว่า ถ้าไม่ถึงขั้น "จิตบกพร่อง" อย่างรุนแรง จนไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ขณะกระทำผิด ผู้ต้องหายังใช้ชีวิตได้ตามปกติเรื่อยมา ก็ไม่สามารถนำประเด็นนี้มาใช้ต่อสู้ เพื่อรับโทษน้อยลง
ส่วนข้อหาคดีฆ่าคนตายโดยไตร่ตรองไว้ก่อน มีบทลงโทษสูงสุดคือ ประหารชีวิต แต่ตามหลักกฎหมาย หากจำเลยรับสารภาพ ศาลฯ มักพิจารณาลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ทำให้โทษจริงถูกลดทอนเหลือเพียง "จำคุกตลอดชีวิต"
อีกประเด็นที่พูดถึงกันมากว่า การดำเนินคดีกับ "นายป๋อง" ควรมีการกำกับท้ายคำร้องในสำนวนไปด้วยว่า ให้บังคับใช้ พ.ร.บ.ป้องกันการกระทำผิดซ้ำในความผิดเกี่ยวกับเพศ หรือที่ใช้ความรุนแรง หรืออีกชื่อคือ JSOC ถามว่ากฎหมายนี้ดีอย่างไร
ถ้ากางดูในหมวด 4 มาตรการเฝ้าระวังนักโทษเด็ดขาดหลังพ้นโทษ มาตรา 22 ระบุไว้ละเอียดยิบถึง 13 มาตรการ ที่ต้องปฏิบัติหลังพ้นโทษ เช่น ห้ามเข้าใกล้ผู้เสียหาย, ห้ามทำกิจกรรมเสี่ยงต่อการทำผิด, ห้ามเข้าเขตที่กำหนด, ห้ามก่ออันตรายต่อละแวกชุมชนที่ตนพักอาศัย, ให้รายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ และให้ใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัวในการเฝ้าระวัง โดยศาลอาจกำหนดระยะเวลาการเฝ้าระวังในแต่ละมาตรการตามเห็นสมควร แต่ไม่เกิน 10 ปี นับแต่วันพ้นโทษ
ยิ่งถ้าดูในหมวด 5 มาตรการคุมขังภายหลังพ้นโทษ ตามมาตรา 28 ศาลอาจมีคำสั่งให้ใช้มาตรการคุมขังภายหลังพ้นโทษแก่นักโทษเด็ดขาด หรือแม้แต่ผู้พ้นโทษ เฝ้าระวังตามมาตรา 22
หากฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามมาตรการเฝ้าระวัง ให้พนักงานอัยการยื่นคำร้องต่อศาล ขอให้มีคำสั่งให้ใช้มาตรการคุมขังภายหลังพ้นโทษแก่ผู้ถูกเฝ้าระวัง เพื่อป้องกันการกระทำความผิดซ้ำ ได้ด้วย โดยที่ก็ยังมีกฎหมายอาญาไว้ใช้กักกันจำเลยได้ด้วย หากมีข้อติดขัดในการใช้ พ.ร.บ.ป้องกันการกระทำผิดซ้ำฯ แต่ทั้งหมดก็ขึ้นกับพฤติการณ์ของจำเลย ที่ต้องพิจารณาประกอบ
ช่วงสายวันนี้ (3 ส.ค) ประมาณ 11.00 น. กลุ่มจิตอาสานับ 10 องค์กร จะพากันไปที่รัฐสภา เพื่อยื่นข้อเรียกร้องให้รัฐบาลบังคับใช้โทษประหารชีวิตอย่างจริงจัง ในคดีฆาตกรรมอุกฉกรรจ์ โดยเฉพาะกรณีผู้กระทำผิดมีพฤติการณ์ก่อเหตุซ้ำซาก