เปิดโปงกลโกง แก๊งเงินดำ

View icon 14
วันที่ 3 ส.ค. 2569 | 06.10 น.
เช้านี้ที่หมอชิต
แชร์
เช้านี้ที่หมอชิต - ตำรวจนครบาล ซ้อนแผนจับกุมแก๊งเงินดำ กลุ่มชาวต่างชาติ อ้างว่ามีเทคโนโลยี สามารถคัดลอกธนบัตร 100 ดอลลาร์สหรัฐได้

ที่มาของแก๊งเงินดำ ก็เพราะกลอุบายทำทีว่า ใช้น้ำยาสีดำ ๆ นำไปทา ๆ กระดาษชนิดหนึ่ง ก่อนจะประกบธนบัตรจริงเข้าไป หลักการคล้าย ๆ กับการ "ก็อบปี้" นั่นเอง ก็เป็นทำทีเหมือนสามารถคัดลอกธนบัตรได้

ซึ่งกลวิธีหลอกอย่างแนบเนียนของคนร้าย อาจทำให้คนหลงเชื่อ ได้ธนบัตรสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ได้จริง ๆ

แต่ไม่ใช่กับตำรวจชุดสืบสวนปราบปรามยาเสพติด ที่ซ้อนแผนแฝงตัวเข้าหาคนร้ายในงานแสดงรถชื่อดัง จนคนร้ายคิดว่าเป็นเหยื่อ เสนอตัวจะช่วยหาเงินทุนสำหรับซื้อรถมาให้

โดยคนร้าย พยายามหลอกตัวเองร่ำรวยจากการทำธุรกิจบางอย่าง จนมีเงินสดอยู่ประมาณ 6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 200 ล้านบาท แต่อุปกรณ์ ติดอยู่ที่ "ด่านสรรพากร" จึงชวนเหยื่อที่เป็นตำรวจ ว่า

ถ้าจ่ายเงิน 150,000 บาท จะนำกระดาษเหล่านี้ออกมาได้ แล้วจะแบ่งส่วนต่างให้ 40% ด้วย และยังนัดหมายสาธิตการแปลงกระดาษเป็นเงินให้ดูด้วย

เหมือนที่เห็นตอนต้น แต่มาดูให้รู้วิธีจริงชัด ๆ อีกครั้งคือ คนร้ายจะเริ่มจากนำ "กระดาษสีขาว" ขนาดเท่าเริ่มจากคนร้ายนำ "ธนบัตรฉบับจริง 2 ใบ" ไปเคลือบสารเคมี หรือทาแป้ง, ไอโอดีน จนกลายเป็นสีขาว จากนั้นจะนำของเหลว ทากับกระดาษสีขาว จนเปลี่ยนสภาพเป็น "ธนบัตร

จากนั้นได้นำสารเคมีสีดำทาให้ทั่วแผ่น และนำสารบางอย่างมาทา แล้วประกบกับ "ธนบัตรจริง" ที่ขอมาจากเหยื่อ แล้วนำไปใส่ซองกระดาษสีน้ำตาล

หลังจากนั้นได้หยิบออกมาจากซอง ก่อนนำไปจุ่มกับของเหลวบางอย่าง จนกระทั่งได้ธนบัตรออกมารวม 3 ใบ ใบละ 100 ดอลลอาร์" 

ซึ่งจริง ๆ ก็จากข้อมูลแล้ว ไม่ใช่สารเคมีพิเศษอะไรเลย เป็นแค่ "วิตามินซี" ละลายน้ำเท่านั้นเอง

พอชุดสืบสวนเก็บข้อมูลได้พอแล้ว จึงแสดงตัวเข้าจับกุม ชาวไลบีเรีย 2 คนแรก ก่อนขยายผลสืบสวนไปค้นต่อที่บ้านอีก 2 หลัง ย่านถนนลาซาล และย่านหัวหมาก

หลังคุมตัวกลับมาสอบสวน นายเรมี่ ให้การปฏิเสธ อ้างตัวเองไม่รู้เรื่องใด ๆ ทั้งสิ้น ที่แสดงการลอกคราบธนบัตรไป ก็จำไม่ได้แล้วว่าทำอะไรลงไป ส่วน นายเดวิด รับว่า ตั้งใจหลอกเหยื่อจริง โดยใช้กลอุบายดังกล่าว เพื่อต้องการให้เหยื่อตายใจ ถ้าได้เงินจากเหยื่อแล้วก็จะปิดช่องทางติดต่อหลบหนี ก่อนจะนำเงินมาแบ่งกัน โดย 2 คู่หูนี้ ตำรวจก็ส่งให้ สน.มักกะสัน และอีก 2 คน ส่งให้ สน.หัวหมาก ดำเนินคดีตามความผิดที่เกี่ยวข้องต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง