เจ้าหน้าที่ “วัดสมานรัตนาราม” จ.ฉะเชิงเทรา รวบมือฉกรุ่นยายวัย 69 ล้วงเงินบริจาควัด สูงวัยสาวบุญก็ตกเป็นเหยื่อเพียบ  เร่งล่าเพื่อนร่วมแก๊งวัยดึกอีก 2

เจ้าหน้าที่ “วัดสมานรัตนาราม” จ.ฉะเชิงเทรา รวบมือฉกรุ่นยายวัย 69 ล้วงเงินบริจาควัด สูงวัยสาวบุญก็ตกเป็นเหยื่อเพียบ เร่งล่าเพื่อนร่วมแก๊งวัยดึกอีก 2

View icon 99
วันที่ 3 ส.ค. 2569 | 07.58 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
รวบมิจฉาชีพรุ่นยายวัย 69 ฉกเงินบริจาคใน “วัดสมานรัตนาราม” จ.ฉะเชิงเทรา อึ้ง! ค้นเจอบัตรประชาชนสูงวัยอีกหลายใบ คาดสายบุญตกเป็นเหยื่อ เร่งตามล่าเพื่อนร่วมแก๊งวัยดึกอีก 2
.
เย็นวานนี้ (2 ส.ค.69) ร.ต.ท.วีระพงษ์ โพธิ์เอี่ยม รอง สวป. สภ.เมืองฉะเชิงเทรา รับแจ้งจากผู้ใหญ่กฤษดา มหาวิริโยทัย ประธานกรรมการวัดสมานรัตนาราม ตำบลบางแก้ว อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา ว่าเจ้าหน้าที่ของทางวัด สามารถควบคุมตัวหญิงต้องสงสัยที่ก่อเหตุลักขโมยเงินบริจาคภายในวัดไว้ได้ จึงประสานให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบและรับตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมาย
.
เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ พบหญิงผู้ก่อเหตุนั่งอยู่ในศาลา ทราบชื่อคือ นางผกา อายุ 69 ปี ชาวอำเภอคลองท่อม จังหวัดกระบี่ พร้อมกระเป๋าสะพายจำนวน 3 ใบ ภายในพบกระเป๋าใบเล็ก ๆ อีกจำนวนหลายใบ เมื่อตรวจค้นพบเหรียญบาท และเหรียญสิบ รวมทั้งธนบัตรชนิด 20 บาท และ 100 บาท จำนวนหนึ่ง
.
นอกจากนี้ ยังพบบัตรประจำตัวประชาชนของผู้เสียหาย ซึ่งล้วนเป็นผู้สูงอายุ อายุเกิน 50 ปี จำนวน 4 ใบ สร้างความสงสัยให้กับเจ้าหน้าที่เป็นอย่างมาก
.
จากการสอบถาม นางผกาให้การว่า ปัจจุบันพักอาศัยอยู่ในกรุงเทพมหานคร และเดินทางมายังวัดสมานรัตนารามเป็นครั้งที่
2 โดยครั้งนี้เดินทางต่อมาจากวัดหลวงพ่อโสธรด้วยรถสองแถวมาลงที่วัดสมานฯ พร้อมยืนยันว่า เดินทางมาเพียงลำพัง ไม่รู้จักหญิงสูงวัยอีก 2 คน ที่อยู่ในบริเวณเดียวกัน ส่วนบัตรประชาชนที่พบในกระเป๋านั้น อ้างว่า เก็บได้จึงนำมาเก็บไว้ พร้อมยกมือไหว้ขอร้องเจ้าหน้าที่วัด ยินดีนำเงินทั้งหมดถวายเป็นเงินทำบุญให้วัดทั้งหมด แต่ขอเพียงค่าเดินทางกลับบ้าน และไม่อยากให้ดำเนินคดี
.
ผู้ใหญ่กฤษดา มหาวิริโยทัย ประธานกรรมการวัดสมานรัตนาราม เปิดเผยว่า ช่วงที่ผ่านมา วัดมักถูกมิจฉาชีพแฝงตัวเข้ามาก่อเหตุลักทรัพย์ของนักท่องเที่ยวและเงินบริจาคอยู่เป็นประจำ  จึงจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังทั้งในและนอกเครื่องแบบ
กระจายกำลังตามจุดรับบริจาคและจุดที่มีประชาชนเดินทางมากราบไหว้เป็นจำนวนมากก่อนเกิดเหตุ
.
เจ้าหน้าที่สังเกตเห็นหญิงสูงวัย 3 คน มีพฤติกรรมน่าสงสัย เดินลัดเลาะไปยังจุดต่าง ๆ ภายในวัด โดยพบว่านางผกาเป็นผู้ลงมือหยิบเงินจากตู้บริจาค บริเวณพระพรหมริมแม่น้ำบางปะกง ขณะที่หญิงอีก 2 คนทำหน้าที่คอยดูต้นทาง เจ้าหน้าที่จึงสะกดรอยติดตามอย่างต่อเนื่อง ต่อมาทั้งสามเดินไปยังตู้บริจาคด้านหลังองค์พระพิฆเนศ ก่อนอาศัยจังหวะปลอดคนหยิบเงินภายในตู้ จากนั้นเดินข้ามมายังบริเวณศาลาที่ประดิษฐานรอยพระพุทธบาทด้านหลังองค์พระพิฆเนศ และหยิบเงินเหรียญ ธนบัตรที่ประชาชนใส่ไว้เป็นเงินทำบุญ
.
ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ของวัดได้เข้าประชิดตัวและพบเห็นกำลังนำเงินใส่กระเป๋า จึงเข้าควบคุมตัวได้ทันที  ขณะเกิดเหตุหญิงสูงวัยอีก 2 คนไม่ได้เดินเข้ามาในบริเวณรอยพระพุทธบาท ทำให้รีบแยกตัวหลบหนีไปก่อน เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวนางผกาไว้ได้เพียงคนเดียว ก่อนประสานตำรวจ สภ.เมืองฉะเชิงเทรา มารับตัว และให้กรรมการวัดเข้าแจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมาย
.
ผู้ใหญ่กฤษดา  ระบุเพิ่มเติมว่า จากพฤติการณ์และหลักฐานที่พบ เชื่อว่าผู้ต้องสงสัยน่าจะก่อเหตุในลักษณะเดียวกันมาแล้วหลายพื้นที่ โดยเฉพาะตามวัดชื่อดัง เนื่องจากภายในกระเป๋าพบบัตรประชาชนของผู้เสียหายหลายราย ทั้งจังหวัดนนทบุรี  นครนายก ศรีสะเกษ  คาดว่าผู้ก่อเหตุน่าจะอาศัยความเป็นผู้สูงอายุเข้าไปตีสนิท หรือฉวยโอกาสหยิบกระเป๋าของผู้สูงวัยที่เผลอวางไว้ตามวัดต่าง ๆ  ก่อนค้นเอาทรัพย์สินและเก็บบัตรประชาชนติดตัวไว้ ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจจะขยายผลติดตามหญิงสูงวัยอีก 2 คนที่ร่วมก่อเหตุมาดำเนินคดีต่อไป
.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง