เกษตรกร จ.อุทัยธานี ยิ้มออก หลังฝนตกต่อเนื่อง ชลประทานปล่อยน้ำจากเขื่อนทับเสลา ช่วยหล่อเลี้ยงต้นข้าว 5 อำเภอ นาข้าวจากที่เคยแห้งแล้ง กลับมาเขียวชอุ่ม

เกษตรกร จ.อุทัยธานี ยิ้มออก หลังฝนตกต่อเนื่อง ชลประทานปล่อยน้ำจากเขื่อนทับเสลา ช่วยหล่อเลี้ยงต้นข้าว 5 อำเภอ นาข้าวจากที่เคยแห้งแล้ง กลับมาเขียวชอุ่ม

View icon 34
วันที่ 3 ส.ค. 2569 | 09.26 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
วันนี้ (3 ส.ค. 69) ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์พื้นที่การเกษตรในพื้นที่ ต.หนองยาง อ.หนองฉาง จ.อุทัยธานี ว่า หลังจากในช่วงหลายวันที่ผ่านมาได้เกิดฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้พื้นที่นาข้าวของเกษตรกรมีปริมาณน้ำสะสมเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน

ทั้งในแปลงนา ลำคลอง และแหล่งกักเก็บน้ำส่วนตัว ทำให้นาข้าวที่ก่อนหน้านี้ประสบปัญหาภัยแล้งและเริ่มยืนต้นแห้ง กลับมาฟื้นตัวมีสีเขียวชอุ่ม และสามารถรอดพ้นจากภาวะขาดแคลนน้ำได้
       
นอกจากนี้ โครงการชลประทานอุทัยธานี ยังได้ดำเนินการระบายน้ำจากเขื่อนทับเสลา เพื่อส่งน้ำช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรใน 5 อำเภอ ได้แก่ อ.หนองฉาง , อ.หนองขาหย่าง , อ.สว่างอารมณ์ , อ.ทัพทัน และอำเภอเมืองอุทัยธานี เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากการขาดแคลนน้ำในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลให้หลายพื้นที่เริ่มกลับมามีความชุ่มชื้น และเกษตรกรสามารถเดินหน้าดูแลผลผลิตได้อย่างต่อเนื่อง
      
สำหรับรายงานสถานการณ์น้ำของโครงการชลประทานอุทัยธานี เมื่อวันที่ (2 ส.ค. 69) ที่ผ่านมา เวลา 06.00 น. ระบุว่า เขื่อนทับเสลามีปริมาณน้ำเก็บกัก 64.17 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 40.11 ของความจุอ่างเก็บน้ำ มีปริมาณน้ำใช้การได้ 47.17 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 32.99 และยังคงระบายน้ำผ่าน River Outlet วันละ 2.40 ล้านลูกบาศก์เมตร เพื่อส่งน้ำช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรอย่างต่อเนื่อง
      
ขณะที่สถานการณ์น้ำในภาพรวมของ จ.อุทัยธานี ยังคงอยู่ในเกณฑ์ปกติ โดยระดับน้ำในแม่น้ำสะแกกรังบริเวณหน้าวัดอุโปสถาราม อยู่ที่ระดับ +15.90 เมตร รทก. ซึ่งยังต่ำกว่าตลิ่ง 2.24 เมตร ส่วนเขื่อนภูมิพลมีปริมาณน้ำเก็บกัก 7,043 ล้านลูกบาศก์เมตร (52.32%) และเขื่อนสิริกิติ์มีปริมาณน้ำเก็บกัก 5,155 ล้านลูกบาศก์เมตร (54.21%) ขณะที่เขื่อนเจ้าพระยา จังหวัดชัยนาท ยังคงระบายน้ำในอัตรา 80 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
        
อย่างไรก็ตาม หน่วยงานชลประทานยังคงติดตามสถานการณ์ฝนและปริมาณน้ำอย่างใกล้ชิด พร้อมบริหารจัดการน้ำให้เหมาะสม เพื่อให้เพียงพอต่อการอุปโภคบริโภคและสนับสนุนภาคการเกษตรในช่วงฤดูเพาะปลูกต่อไป

ขณะที่เกษตรกรต่างคาดหวังว่าหากยังมีฝนตกอย่างสม่ำเสมอและมีการบริหารจัดการน้ำอย่างต่อเนื่อง จะช่วยให้ผลผลิตข้าวในฤดูกาลนี้มีความสมบูรณ์และสร้างรายได้กลับคืนสู่ครัวเรือนหลังจากต้องเผชิญกับภาวะฝนทิ้งช่วงในช่วงที่ผ่านมา