น้ำไหลแรง กำแพงกั้นน้ำฝั่งเมียนมา พังถล่ม จ.เชียงราย

View icon 18
วันที่ 3 ส.ค. 2569 | 10.56 น.
ห้องข่าวภาคเที่ยง
แชร์
ห้องข่าวภาคเที่ยง - น้ำมาแรงและไหลเชียว จนกัดเซาะตลิ่ง และพังกำแพงกั้นน้ำฝั่งเมียนมาแตก ทำให้น้ำในคลองแม่สายกั้นชายแดนไทย-เมียนมา ทะลักเข้าฝั่งเมียนมาแล้ว ขณะที่ฝั่งไทยเจอฝนถล่ม น้ำท่วม ข้าวของเสียหาย

น้ำไหลแรง กำแพงกั้นน้ำฝั่งเมียนมา พังถล่ม จ.เชียงราย
เจ้าของคลิปบันทึกภาพนาทีที่กำแพงปูนค่อย ๆ พังถล่ม จากกระแสน้ำที่ไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน ที่บ้านสวนดอก ตำบลแม่กรณ์ อำเภอเมืองเชียงราย ได้แต่ยืนมอง และทำอะไรไม่ได้ เนื่องจากน้ำสีขุ่นเข้ม ไหลเชี่ยว เจ้าของคลิปก็หวั่นอันตราย

ส่วนที่เมืองท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา ตรงข้ามกับอำเภอแม่สาย ของเชียงราย ก่อนหน้านี้เราจะเห็นฝั่งเมียนมา ทำกำแพงกั้นน้ำ โดยก่ออิฐโบกปูนแบบถาวร ล่าสุด กำแพงกั้นน้ำของเมียนมาแตกแล้ว เป็นช่องโหว่ยาว 10 เมตร เนื่องจากน้ำไหลเชี่ยว จนกัดเซาะตลิ่ง ทำให้ดินอุ้มน้ำไม่ไหว ทรุดตัวลงลำน้ำแม่สาย

ส่วนฝั่งแม่สายของเรายังเอาอยู่ โดยกั้นด้วยถุงบิกแบ็กขนาดใหญ่ หนาและทนทาน เป็นกำแพงกั้นน้ำชั่วคราว ยังรับมือได้ น้ำในคลองยังไม่ทะลักเข้ามา แต่ในตัวอำเภอบางจุด มีน้ำขัง เนื่องจากฝนตกต่อเนื่อง

ปิดชั่วคราว "สะพานซูตองเป้" ชำรุด จ.แม่ฮ่องสอน
ส่วนกระแสน้ำป่าที่ไหลหลากอย่างรุนแรง ผ่านลำน้ำแม่สงา ซัดเสาตอม่อ สะพานซูตองเป้ แหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดแม่ฮ่องสอน จนโครงสร้างบางส่วนได้รับความเสียหาย โดยเฉพาะพื้นสะพานที่เริ่มเอียง

เจ้าอาวาสวัดภูสมณาราม พร้อมพระลูกวัดและชาวบ้านบ้านกุงไม้สัก ตำบลปางหมู เร่งเข้าสำรวจความเสียหายอย่างละเอียด และสั่งปิดการใช้สะพานเป็นการชั่วคราว เพื่อความปลอดภัยของพระ-เณร ชาวบ้าน และนักท่องเที่ยว จนกว่าจะซ่อมแซมโครงสร้างให้กลับมาแข็งแรง และปลอดภัยอีกครั้ง

ด้านสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ หรือ สทนช. แจ้งเตือนพื้นที่ 20 จังหวัด เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม และน้ำล้นตลิ่ง ระหว่างวันที่ 2-4 สิงหาคมนี้ หลังจังหวัดเชียงราย ตรวจวัดปริมาณฝนสะสมในรอบ 24 ชั่วโมง สูงสุดของประเทศ 133 มิลลิเมตร ขณะที่ร่องมรสุมและมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่มีกำลังแรงขึ้น จะทำให้หลายพื้นที่มีฝนตกหนักถึงหนักมาก

"อนุทิน" เตรียม 72 ชั่วโมง ดูแลผู้ป่วยช่วงฝนตกหนัก
จากการคาดการณ์สภาพอากาศ พบว่าในช่วงเดือนสิงหาคม ปริมาณฝนจะมากกว่าค่าปกติ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เน้นย้ำให้ทุกจังหวัดเฝ้าระวัง และเตรียมแผนรับมือล่วงหน้าอย่างรัดกุม พร้อมเตรียมแผนเชิญเหตุ เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชนให้ได้มากที่สุด โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง ที่ให้สถานพยาบาล เส้นทางของหน่วยแพทย์ฉุกเฉินและการส่งต่อ เตรียมความพร้อมระบบไฟฟ้าสำรอง เชื้อเพลิง น้ำ ออกซิเจน ยา เลือด และเวชภัณฑ์ ให้เพียงพออย่างน้อย 72 ชั่วโมง พร้อมเตรียมแผนสำรองบริการสำคัญ การส่งต่อผู้ป่วยพร้อมสั่งการให้รัฐมนตรีทุกกระทรวงลงพื้นที่ รับฟังปัญหาของประชาชน เพื่อนำมาพิจารณาในคณะรัฐมนตรี เดินหน้าแก้ไขปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้ง และผลักดันให้เกิดการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง