จราจรลุมพินี แจง ปม ‘ลีน่าจัง’ ไลฟ์แฉแท็กซี่หน้าห้างดัง ยันไม่มีส่วยรายเดือน

จราจรลุมพินี แจง ปม ‘ลีน่าจัง’ ไลฟ์แฉแท็กซี่หน้าห้างดัง ยันไม่มีส่วยรายเดือน

View icon 39
วันที่ 3 ส.ค. 2569 | 16.57 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
จราจรลุมพินี แจง ปม ‘ลีน่าจัง’ ไลฟ์แฉแท็กซี่หน้าห้างดัง ยันไร้ส่วยรายเดือน แจงจุดดรามาคือ ‘บัสสต็อป’ ไม่ใช่ ‘บัสเลน’ พร้อมลุยจับแท็กซี่ไม่กดมิเตอร์-ปฏิเสธผู้โดยสาร

จากกรณีที่ ลีน่าจัง ไลฟ์ต่อว่ารถแท็กซี่ที่ปฏิเสธรับผู้โดยสารบริเวณหน้าศูนย์การค้าย่านราชประสงค์  พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงการใช้ช่องทางรถโดยสารประจำทางของรถแท็กซี่ รถสามล้อ และรถประเภทอื่น รวมถึงพาดพิงการทำงานของตำรวจจราจร สน.ลุมพินี โดยตั้งคำถามว่ามีการปล่อยปละละเลย หรือมีการเรียกรับผลประโยชน์รายเดือนจากผู้ขับขี่หรือไม่

ล่าสุด ผู้สื่อข่าวได้พูดคุยกับ พ.ต.ท.ศรัณย์ พิชิตมโน สารวัตรจราจร สน.ลุมพินี และ เจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้อง โดยได้ชี้แจงว่า จุดที่เป็นประเด็นหน้าศูนย์การค้า ไม่ใช่  ช่องทางพิเศษสำหรับรถโดยสารประจำทาง หรือ “บัสเลน” แต่เป็น “บัสสต็อป” จุดจอดรถโดยสารประจำทาง ซึ่งรถทุกประเภทสามารถใช้ช่องทางผ่านได้ เพียงแต่บริเวณป้ายหยุดรถโดยสารจะต้องไม่จอดกีดขวางการรับ-ส่งผู้โดยสาร จึงทำให้ประชาชนจำนวนมากเข้าใจผิดว่าเป็นช่องทางเฉพาะรถเมล์เหมือนในต่างประเทศ

นอกจากนี้ บริเวณดังกล่าวมีป้ายจราจรและเครื่องหมายบนพื้นทางระบุไว้อย่างชัดเจน โดยก่อนถึงจุดจอดรถโดยสารจะมีพื้นที่สีเขียวพร้อมข้อความว่ารถทุกชนิดสามารถผ่านได้ ส่วนบริเวณพื้นสีเหลืองจึงเป็นพื้นที่บัสสต็อปสำหรับรถโดยสารประจำทาง

สำหรับกรณีที่มีการกล่าวหาว่า สน.ลุมพินีเรียกรับผลประโยชน์หรือเก็บรายเดือนจากรถแท็กซี่และรถสามล้อ เพื่อให้สามารถเข้ามาใช้พื้นที่ดังกล่าวได้ เจ้าหน้าที่ยืนยันหนักแน่นว่า ไม่มีเรื่องดังกล่าวอย่างแน่นอน และได้กำชับผู้ใต้บังคับบัญชาทุกนายให้ปฏิบัติหน้าที่อย่างโปร่งใส

ส่วนปัญหาแท็กซี่ปฏิเสธรับผู้โดยสาร เป็นปัญหาที่ได้รับการร้องเรียนประจำ หากประชาชนพบเห็นและมีตำรวจอยู่ในพื้นที่ สามารถแจ้งให้ดำเนินการจับกุมได้ทันที กโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท พร้อมส่งเรื่องให้กรมการขนส่งทางบกพิจารณาพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ ส่วนการจอดแช่ขวางจราจรมีโทษปรับรวมประมาณ 1,000 บาท

ในส่วนของรถแท็กซี่ รถตุ๊กตุ๊ก หรือรถทั่วไปที่จอดแช่บริเวณหน้าศูนย์การค้า เจ้าหน้าที่ระบุว่ามีความผิดได้ 2 กรณี คือ จอดในเขตห้ามจอด และ จอดกีดขวางการจราจร ซึ่งมีโทษปรับรวมประมาณ 1,000 บาท โดยตำรวจจราจรมีการกวดขันจับกุมอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่มองว่าบทลงโทษในปัจจุบันยังไม่รุนแรงเพียงพอ เพราะแท็กซี่บางส่วนตั้งใจปฏิเสธมิเตอร์เพื่อฟันราคาต่างชาติ ทำให้คุ้มที่จะยอมจ่ายค่าปรับ จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาเพิ่มโทษทางกฎหมายให้หนักขึ้น

ทั้งนี้ ตำรวจจราจร สน.ลุมพินี ฝากเตือนผู้ขับขี่แท็กซี่หากไม่พร้อมรับผู้โดยสารให้ปิดไฟ "ว่าง" ให้ชัดเจน เพื่อไม่ให้กระทบต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยว พร้อมขอความร่วมมือประชาชนทำความเข้าใจเครื่องหมายจราจรเพื่อลดความเข้าใจผิดในอนาคต

ข่าวที่เกี่ยวข้อง