สนามข่าว 7 สี - สามีเดินหน้าร้องขอความเป็นธรรมให้ภรรยา หลังผ่าคลอดลูกคนที่ 3 แล้วเลือดออกในช่องท้องไม่หยุด จนอาการวิกฤต ต้องผ่าตัดนับครั้งไม่ถ้วน ก่อนเสียชีวิตในที่สุด
ชายคนหนึ่ง พร้อมพ่อแท้ ๆ เดินทางมาจากจังหวัดแม่ฮ่องสอน เพื่อร้องเรียนมูลนิธิปวีณา หงสกุล เพื่อเด็กและสตรี ว่าภรรยาเสียชีวิตปริศนา หลังผ่าคลอดที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ซึ่งทางครอบครัวเชื่อว่าเกิดจากความผิดพลาดระหว่างการรักษา
โดย นายหนึ่ง อายุ 34 ปี เล่าว่า ภรรยาตั้งครรภ์ลูกคนที่ 3 อายุครรภ์ประมาณ 38 สัปดาห์ มีกำหนดคลอดในวันที่ 17 กรกฎาคม 2569
โดยไล่เรียงไทม์ไลน์ดังนี้ เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2569 ภรรยามีภาวะเลือดซึมออกมาทางช่องคลอด จึงรีบส่งโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในจังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งเป็นโรงพยาบาลที่ฝากครรภ์ โดยทางพยาบาลแจ้งว่าแพทย์ที่ผ่าคลอดไม่อยู่ ซึ่งผู้ป่วยไม่สามารถคลอดได้ตามธรรมชาติ จึงส่งต่อไปยังโรงพยาบาลแห่งที่สอง
กระทั่งเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2569 โรงพยาบาลแห่งที่สอง ผ่าคลอดลูกชาย น้ำหนัก 3.5 กิโลกรัม ได้สำเร็จ แต่ภรรยาอาการเข้าขั้นวิกฤต จนต้องเข้าห้องไอซียู ก่อนแพทย์จะออกมายอมรับว่า "ผ่าตัดไปถูกกระเพาะปัสสาวะ และมดลูกฉีกขาด" เสียเลือดไปประมาณ 2 ลิตร
จากนั้นส่งตัวภรรยาไปรักษาที่โรงพยาบาลแห่งที่ 3 ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งแพทย์ดำเนินการผ่าตัด และเปิดแผลเพื่อห้ามเลือด และตัดมดลูกทิ้ง พร้อมให้เลือดทุกวัน วันละ 2 ลิตร แต่เลือดก็ยังไม่หยุดไหล โดยแพทย์ระบุสาเหตุเกิดจากแผลผ่าตัดจากโรงพยาบาลแห่งที่ 2 ไม่ละเอียด จึงเกิดการบาดเจ็บของเส้นเลือดใหญ่ และเส้นเลือดฝอย รวมถึงการบาดเจ็บที่กระเพาะปัสสาวะ
จากนั้นแพทย์ดำเนินการผ่าตัดอีกครั้ง เพื่อยัดผ้าก๊อซซับเลือดในช่องท้อง และพบว่าเลือดยังไหลไม่หยุด ประกอบกับไม่มีเครื่องมือฉีดสี เพื่อตรวจหาจุดที่เลือดออก จึงส่งตัวไปที่โรงพยาบาลแห่งที่สี่ ซึ่งแพทย์ดำเนินการรักษาฉีดสี และรักษาในห้องไอซียู หลังจากนั้นภรรยามีเลือดออกในช่องท้องน้อยลง
จนวันที่ 18 กรกฎาคม 2569 ภรรยาอาการทรุดหนัก ไตไม่ทำงาน เลือดจาง เกล็ดเลือดต่ำ ซ้ำมีเลือดไหลซึมตลอดเวลา และมีอาการแทรกซ้อน จนแพทย์แจ้งว่าให้ทำใจ
กระทั่งวันที่ 19 กรกฎาคม 2569 ภรรยาไม่รู้สึกตัวใด ๆ ทั้งสิ้น และเสียชีวิตทันที โดยใบมรณบัตร ระบุว่า "เสียเลือดจากภาวะตกเลือดหลังคลอด"
ทั้งนี้ พ่อของนายหนึ่ง ซึ่งเป็นสามีของผู้เสียชีวิต ติดต่อไปทางโรงพยาบาลแห่งที่สอง ซึ่งได้รับเพียงการแสดงความเสียใจ และเงินเยียวยา จำนวน 30,000 บาท ซึ่งพยายามสอบถามถึงที่มาของเงิน ก็ไม่ได้รับคำตอบใด ๆ จนวันนี้ครอบครัวไปกู้เงินมาจัดงานสวดอภิธรรมให้ลูกสะใภ้ และกังวลว่าหลานทั้ง 3 จะใช้ชีวิตอยู่อย่างไรโดยไร้แม่ จึงอยากขอความเป็นธรรมให้กับลูกสะใภ้และครอบครัวด้วย