'ทรัมป์' อัด 2 บริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ โกยกำไรสูงเป็นประวัติการณ์ จี้ลดราคาหน้าปั๊มคืนกำไรให้ประชาชน
(4 ส.ค.69) ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ออกมาโจมตี บริษัทยักษ์ใหญ่แห่งวงการพลังงานอย่างเอ็กซอนโมบิล (ExxonMobil) และ เชฟรอน (Chevron) หลังจากทั้ง 2 บริษัท รายงานผลประกอบการไตรมาสที่สอง ซึ่งสามารถทำกำไรพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ เนื่องสงครามในอิหร่านทำให้เกิดการขาดแคลนน้ำมัน
ทรัมป์ กล่าวว่า เขาไม่ชอบเลย ที่บริษัทเหล่านี้ ทำกำไรมากเกินไปพร้อมเรียกร้องให้บริษัทดังกล่าว คืนกำไรบางส่วนให้แก่ประชาชน ด้วยการลดราคาขายปลึกน้ำมันลงทันที พร้อมเสริมว่าราคาน้ำมันจะ "ร่วงลงอย่างหนัก" เมื่อความขัดแย้งกับอิหร่านสิ้นสุดลง
สำหรับ ราคาน้ำมันขายปลีกทั่วสหรัฐฯ ปัจจุบันเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 4.10 ดอลลาร์ต่อแกลลอน พุ่งขึ้นมากกว่า 30% นับตั้งแต่สหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่านเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา
แม้ว่าราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกจะปรับตัวลดลงหลังจากทรัมป์ยกเลิกแผน "การโจมตีครั้งใหญ่" ที่วางไว้ต่ออิหร่านเมื่อสุดสัปดาห์ แต่ราคาน้ำมันหน้าปั๊มมักจะปรับตัวลงช้ากว่าและไม่ได้ลดลงตามราคาน้ำมันดิบในทันที
ทางด้านเอ็กซอนโมบิล (ExxonMobil) และ เชฟรอน (Chevron) ยังไม่ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นในทันทีต่อคำกล่าวอ้างดังกล่าว
ก่อนหน้านี้ทรัมป์ ได้วิจารณ์การปรากฏตัวของไมค์ เวิร์ธ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Chevron ในรายการ "Sunday Morning Futures with Maria Bartiromo" ของฟ็อกซ์นิวส์ ว่าไม่ได้ให้เครดิตกับความพยายามของรัฐบาลในการช่วยเหลืออุตสาหกรรมน้ำมัน
ด้านโฆษกของสถาบันปิโตรเลียมแห่งอเมริกา (American Petroleum Institute: API) ซึ่งเป็นองค์กรการค้าที่เป็นตัวแทนบริษัทน้ำมันของสหรัฐฯ กล่าวว่า "ราคาที่สูงขึ้นในปัจจุบันถูกขับเคลื่อนโดยอุปทาน อุปสงค์ทั่วโลก และความไม่แน่นอนอย่างต่อเนื่องบริเวณช่องแคบฮอร์มุซรวมถึงเส้นทางเดินเรือสำคัญอื่นๆ ไม่ได้เกิดจากบริษัทใดบริษัทหนึ่ง"