“นายกฯ อนุทิน” ชู 3 แนวทางส่งเสริม “อาเซียน” เติบโตอย่างแข็งแกร่ง

“นายกฯ อนุทิน” ชู 3 แนวทางส่งเสริม “อาเซียน” เติบโตอย่างแข็งแกร่ง

View icon 25
วันที่ 4 ส.ค. 2569 | 14.47 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
เยือนสำนักงานเลขาธิการอาเซียนในรอบ 17 ปี “นายกฯ อนุทิน” ชู 3 แนวทางสร้างการเติบโตอย่างแข็งแกร่ง
.
วันนี้ (4 ส.ค.69) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถ้อยแถลงแสดงวิสัยทัศน์ของไทยต่ออนาคตอาเซียน ซึ่งมีคณะผู้แทนถาวรประจำสำนักงานเลขาธิการอาเซียน และนักการทูตที่สนใจเข้าร่วม กว่า 100 ประเทศ ที่สำนักเลขาธิการอาเซียน (ASEC) กรุงจาการ์ตา สาธารณรัฐอินโดนีเซีย

โดยนายกรัฐมนตรีได้เสนอ 3 แนวทางสำคัญเพื่อให้อาเซียนสามารถรับมือความท้าทายของโลก รักษาบทบาทนำของภูมิภาค และสร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมแก่ประชาชน ได้แก่ การเสริมสร้างความเป็นภูมิภาคนิยมที่เข้มแข็ง การสร้างภูมิคุ้มกันและความพร้อมรับความผันผวน และการทำให้อาเซียนมีความหมายต่อชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน
.
แนวทางแรก การเสริมสร้างความเป็นภูมิภาคนิยมที่เข้มแข็ง (Stronger Regionalism) นายกรัฐมนตรีเห็นว่า ในโลกที่มีความแตกแยกมากขึ้น ความเป็นเอกภาพและความเป็นแกนกลางของอาเซียนยิ่งมีความสำคัญ หลักฉันทามติและหลักไม่แทรกแซงกิจการภายในยังคงเป็นรากฐานสำคัญ แต่ควรนำมาใช้อย่างยืดหยุ่นและเหมาะสม เพื่อให้อาเซียนรักษาความเป็นหนึ่งเดียว พร้อมสามารถดำเนินการต่อสถานการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิผล
.
ส่วนความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับกัมพูชา นายกรัฐมนตรียืนยันว่า ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะฟื้นฟูความไว้วางใจและเปิดทางให้การเจรจาทวิภาคีดำเนินต่อไป โดยประเทศไทยพร้อมเปิดบทใหม่ของความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน ยึดมั่นการแก้ไขความแตกต่างด้วยสันติวิธีและหลักกฎหมายระหว่างประเทศ ควบคู่กับการรักษาเอกภาพและวาระร่วมของอาเซียน
.
แนวทางที่สอง การสร้างภูมิคุ้มกันและความพร้อมรับความผันผวน (Greater Resilience) นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า อาเซียนต้องไม่รอให้เกิดวิกฤตแล้วจึงแก้ไข แต่ต้องเตรียมพร้อมล่วงหน้า โดยเสริมความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทาน พลังงาน และอาหาร รวมถึงเร่งการเชื่อมโยงทางดิจิทัลและพัฒนาขีดความสามารถด้านเทคโนโลยี
.
ขณะเดียวกัน อาเซียนควรขยายความร่วมมือกับประเทศมหาอำนาจขนาดกลางและประเทศในกลุ่มโลกใต้ เพื่อเพิ่มทางเลือก ลดการพึ่งพาแหล่งใดแหล่งหนึ่ง และรักษาความเป็นอิสระเชิงยุทธศาสตร์ของภูมิภาค
.
แนวทางที่สาม การทำให้อาเซียนมีความหมายต่อประชาชนอย่างยั่งยืน (Lasting Relevance) นายกรัฐมนตรีเน้นว่า ความสำเร็จของอาเซียนต้องวัดจากผลลัพธ์ที่ประชาชนสัมผัสได้ ทั้งความมั่นคงด้านอาหารและพลังงาน การรับมืออาชญากรรมและภัยคุกคามข้ามพรมแดน การสร้างงานและโอกาสทางเศรษฐกิจ ตลอดจนการพัฒนาทักษะให้คนรุ่นใหม่พร้อมรับเศรษฐกิจดิจิทัลและเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
.
พร้อมกันนี้ อาเซียนต้องเสริมสร้างความเข้มแข็งของสถาบันและกลไกการทำงาน เพื่อให้การตัดสินใจของผู้นำสามารถนำไปสู่การปฏิบัติและเกิดประโยชน์ต่อประชาชนได้อย่างแท้จริง
.
ในตอนท้าย นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การครบรอบ 60 ปีของอาเซียนในปีหน้า จะเป็นโอกาสสำคัญในการกำหนดทิศทางใหม่ของภูมิภาค โดยประเทศไทยพร้อมกลับมามีบทบาทสำคัญในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ เพื่อร่วมสร้างอาเซียนที่เข้มแข็งจากภายใน เป็นเอกภาพ พร้อมรับความเปลี่ยนแปลง และสร้างประโยชน์ให้ประชาชนอย่างแท้จริง
.
“นี่คืออนาคตของอาเซียนที่ประเทศไทยเชื่อมั่น และคืออนาคตที่เราทุกคนต้องร่วมกันสร้าง” นายกรัฐมนตรีกล่าว
.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง