ข่าวเย็น ประเด็นร้อน - เอาภาพจริงเสียงจริงในเหตุการณ์ กับเจ้าหน้าที่กาชาดระหว่างประเทศ เข้ามาดูศูนย์อพยพชั่วคราวให้คนกัมพูชาที่หนีสงครามกลางเมืองปี 2513 เข้ามาในประเทศไทยที่เปิดพื้นที่ให้ที่พักพิง อาหาร และยารักษาโรค อย่างถ้วนหน้า
จากที่นายทอม แอนดรูวส์ ผู้เสนอรายงานพิเศษแห่งสหประชาชาติว่าด้วยสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในกัมพูชา อ้างว่า มีชาวกัมพูชา 650,000 คน ต้องเป็นผู้พลัดถิ่น หลังเหตุปะทะชายแดนลองมาฟังอีกด้านที่เป็นเหตุการณ์จริงและลงพื้นที่จริงเมื่อปี 2513
ที่กองทัพบกทันกระแส ได้แชร์สารคดี ศูนย์พักพิงชั่วคราวชาวกัมพูชาบนดินแดนไทย ในปี ค.ศ. 1970 จัดทำโดย คณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ หรือ ICRC ที่บอกชัดเจน ตั้งอยู่ในดินแดนไทย หลายปีผ่านไปจากค่ายอพยพกลายเป็นที่อยู่ถาวร ไทยให้ที่พักพิง ดูแลความปลอดภัย ช่วยรักษาพยาบาล ให้การศึกษา ให้มีชีวิตใหม่ได้ แต่ในช่วงท้ายสารคดี หัวหน้า ICRC ประเทศไทยในขณะนั้น ให้สัมภาษณ์ หลังจากค่ายอพยพเริ่มมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบ อาหาร หมอ แต่ชาวกัมพูชากลับมีความต้องการสิ่งอื่น
ย้อนดูภาพเมื่อปี 2525 กับเหตุการณ์ที่สมเด็จเจ้านโรดม สีหนุ กษัตริย์กัมพูชา เสด็จเยือนไทยได้เยี่ยมชาวกัมพูชาที่อพยพเข้ามาอยู่ในศูนย์ผู้อพยพ เขาอีด่าง อำเภออรัญประเทศ จังหวัดปราจีนบุรี ในขณะนั้น ซึ่งปัจจุบัน เป็นจังหวัดสระแก้ว จังหวัดชายแดนไทยที่ติดกับกัมพูชา ที่ผู้อพยพต่างมารอเข้าเฝ้า ต่างโห่ร้องด้วยความยินดี
พลโท ชาคร บุญภักดี เจ้ากรมแผนที่ทหาร ปฏิเสธให้สัมภาษณ์ กรณีที่นายแอนดรูวส์ ผู้เสนอรายงานพิเศษ UN มีท่าทีไม่เป็นกลาง โดยจะยื่นให้ UN รับรอง MOU43 และแผนที่ 1 : 200,000 เพื่อใช้เป็นฐานเจรจาชายแดน บอกเพียงสั้น ๆ ว่า "เรื่องกัมพูชา ไม่คุยแล้ว"