วุ่น ! ข้อมูลรถนายกฯ-บิ๊ก มท.หลุด

View icon 13
วันที่ 5 ส.ค. 2569 | 07.07 น.
สนามข่าว 7 สี
แชร์
สนามข่าว 7 สี - กระทรวงมหาดไทย และ ดีอี อยู่เฉยไม่ได้ สั่งเร่งสอบหาต้นตอ หลังจากโดนลูบคม เพราะข้อมูลส่วนบุคคล และข้อมูลทะเบียนรถนายกฯ รัฐมนตรี บิ๊กข้าราชการกระทรวงมหาดไทย หลุดว่อนโซเชียล

วุ่น ! ข้อมูลรถนายกฯ-บิ๊ก มท.หลุด
ข้อมูลรถของนายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล ที่ระบุ ยี่ห้อรถโรลส์รอยซ์ พร้อมรูปถ่ายหน้าตรง ชื่อ-ที่อยู่ของผู้ครอบครองรถ แบบครบถ้วน ถูกนำมาเผยแพร่สู่สาธารณะ

ไม่ใช่แค่นายกฯ เพราะยังมีข้อมูลส่วนตัวของ มท.3 และ มท. 4 รวมไปถึงข้าราชการระดับสูงกระทรวงมหาดไทย ทั้งปลัดกระทรวง, รองปลัดกระทรวง ทั้ง 4 คน อธิบดีกรมการปกครอง และรองอธิบดีกรมการปกครอง

จน นายนิธิกร บุญยกุลเจริญ ที่ปรึกษาผู้นำฝ่ายค้าน และอดีตผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ต้องโพสต์แจ้งเตือนประชาชนว่า มีข้อมูลส่วนบุคคล และทะเบียนรถหลุดจากกรมการขนส่งทางบก สู่สาธารณะ

หลังไปพบเว็บไซต์ที่ไม่ใช่ของหน่วยงานรัฐ เปิดสาธารณะให้ค้นหาข้อมูลส่วนบุคคลจาก ทะเบียนรถ หรือ จะเอาเบอร์โทรศัพท์ไปค้นหาการครอบครองรถ ก็ได้

ขณะที่นายธนรัตน์ เกื้อวัฒนาพันธุ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านไอที โพสต์เตือนถึงอันตรายว่า จากข้อมูลที่รั่วตอนนี้ เอามาตัดต่อทำเป็นรูปสำเนาบัตรประชาชนได้เลย เพราะมีเลข 13 หลัก มีชื่อ-นามสกุล วันเดือนปีเกิด ที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน

รวมถึงรูปถ่ายติดบัตร พอมีสำเนาบัตรประชาชน ก็เอาไปทำอะไรต่อได้ ขายกันแพงไหม ดูเอาละกัน

ลุยเอาผิดขบวนการปล่อยข้อมูล
เรื่องนี้ทำให้ มท.4 นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ อยู่เฉยไม่ได้ บอกว่า ขณะนี้กรมการปกครอง เตรียมแจ้งความกับบุคคลที่นำข้อมูลไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ ข้อมูลที่หลุดออกไปเป็นข้อมูลบัตรประชาชน ซึ่งไม่ได้รับอนุญาตให้นำไปเผยแพร่บนอินเทอร์เน็ต

สำหรับภาพตัวเองที่หลุดออกไป เป็นภาพถ่ายติดบัตรประชาชน มองว่า อาจเชื่อมโยงกับประเด็นทางการเมือง โดยเล็งเป้าบุคคลเพียงบางกลุ่มเท่านั้น เพราะข้อมูลที่เผยแพร่เป็นข้อมูลของข้าราชการระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย

ขณะนี้กำลังเร่งตรวจสอบว่า ข้อมูลหลุดจากหน่วยงานใด แต่เบื้องต้นยืนยันว่า ข้อมูลไม่ได้หลุดจากกรมการปกครองแน่นอน

"อรรษิษฐ์" ยันไม่ได้หลุดจาก มท.
ด้านนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ก็ยืนยันว่า ข้อมูลไม่ได้หลุดจากกระทรวงมหาดไทย ส่วนตัว ขณะนี้ยังไม่ได้รับความเสียหาย เพราะมีเพียงรูปถ่ายอย่างเดียว ที่หลุดออกมา

ซึ่งเป็นรูปจากบัตรประชาชน ไม่ใช่จากใบขับขี่ คาดว่า ข้อมูลที่หลุดออกมา เกิดจากการเสียบบัตรประชาชนในสถานที่ต่าง ๆ เวลาทำธุรกรรม จึงต้องไปตรวจสอบว่า ภาพหลุดออกมาจากหน่วยงานไหน หน่วยงานนั้นต้องเป็นผู้รับผิดชอบ เพราะทำให้ข้อมูลรั่วไหล 

"ไชยชนก" สั่งเร่งหาสาเหตุข้อมูลรั่ว
ขณะที่นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลฯ สั่งให้สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) ส่งทีมลงพื้นที่ร่วมกับ กรมการขนส่งทางบก เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง

วิเคราะห์หลักฐานทางเทคนิค และพิสูจน์แหล่งที่มาของข้อมูลอย่างเป็นระบบ ตลอดจนประเมินขอบเขต และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น ปัจจุบันอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริง จึงยังไม่สามารถสรุปสาเหตุได้

"ดีอี" แจ้งความเผยแพร่ข้อมูลส่วนตัว
ด้านนางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลฯ บอกว่า กระทรวงดีอี ได้พิจารณาแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์แล้ว

พร้อมเตือนประชาชนว่า การนำเข้าข้อมูลที่บิดเบือนหรือเป็นเท็จ การนำเข้าข้อมูลที่กระทบความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ เศรษฐกิจ หรือทำให้ประชาชนตื่นตระหนก มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ขณะที่ พลตำรวจเอก กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ บอกว่า ได้สั่งให้กองบัญชาการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.สอท.) ตรวจสอบแล้ว

ส่วนที่มีการวิพากษ์วิจารณ์เรื่องเสื้อของนายกฯ ซึ่งตนคิดว่า ปัจจุบันมีเทคโนโลยีเยอะมาก อยากให้ไตร่ตรองให้ดีว่าใช่หรือไม่ แต่ยืนยันว่า ไม่ได้พูดเพื่อไปปกป้องผู้หลักผู้ใหญ่ แต่ต้องดูก่อนว่า ข้อมูลถูกนำไปทำอะไรไม่ดีไม่ชอบบ้าง เดี๋ยวต้องไปดูว่า เกิดความเสียหายกับบุคคลเหล่านั้นหรือไม่ เป็นภาพจริงหรือหลอกอย่างไร

ต่อมา นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช. กระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศ กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) เพื่อติดตามความคืบหน้ากรณีข้อมูลยานพาหนะรั่วไหลบนสื่อออนไลน์ จากการตรวจสอบข้อเท็จจริง เบื้องต้น พบร่องรอยและเบาะแสของการกระทำความผิดแล้ว

ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างขั้นตอนการสืบสวนหาสาเหตุที่แท้จริง โดยให้ทีม ThaiCERT เข้ามาประจำการ ที่ ขบ. เพื่อร่วมกันรวบรวมข้อมูล และพิสูจน์หลักฐานทางเทคนิคด้วยกระบวนการนิติวิทยาศาสตร์ดิจิทัล (Digital Forensics) อย่างเป็นระบบ เพื่อหาตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษ

ข้อมูลดังกล่าวอาจไม่ได้หลุดจากกรมการขนส่งทางบก เพราะปัจจุบันกรมการขนส่งทางบก มีการเชื่อมโยงข้อมูลร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ มากถึง 63 หน่วยงาน และข้อมูลที่ถูกเผยแพร่นั้น แม้จะเป็นข้อมูลจริง แต่เป็นเพียงข้อมูลพื้นฐานไม่สามารถนำไปใช้ทำธุรกรรมอื่นได้แต่อย่างใด

เมื่อวานนี้ทาง รมช.กระทรวงคมนาคม ให้สัมภาษณ์ในรายการมีเรื่องต้องคุย เผยว่า ผู้ที่นำข้อมูลไปเผยแพร่ต่อ จะมีความผิดตามกฎหมาย ต้องถูกดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด และเชื่อว่าข้อมูลไม่หลุดจากกรมการขนส่งทางบก

หลังจากหลายหน่วยงานบอกว่า ไม่ได้หลุดมาจากหน่วยตัวเอง แต่ นายธนรัตน์ เกื้อวัฒนาพันธุ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านไอที ให้สัมภาษณ์ในรายการมีเรื่องต้องคุย ยืนยันว่า ข้อมูลกรมการขนส่งทางบก รั่วจากระบบของกรมการขนส่งทางบกเอง ข้อมูลกรมการปกครอง รั่วจากระบบของกรมการปกครองเอง ไม่ได้รั่วจากหน่วยอื่นที่ขอเชื่อมข้อมูลเลย หลุดจากระบบตัวเองกันทั้งนั้น

ด้าน พันตำรวจเอก สุรพงศ์ เปล่งขำ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ระบุว่า กรณีนี้เป็นการนำเอาข้อมูลหรือลิงก์โปรแกรมช่องทางการเข้าถึงข้อมูลที่สร้างขึ้นโดยผิดกฎหมายจากเครือข่ายมิจฉาชีพ จึงเป็นการเข้าถึงโดยมิชอบ ซึ่งเข้าข่ายการกระทำผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 7 โดยมิใช่กรณีข้อมูลหลุดทั่วไป จึงได้กำชับมาตรการดำเนินการเพื่อปกป้องคุ้มครองข้อมูลของประชาชนในทุกมิติ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง