แม่หอบหลักฐาน ร้องขอความเป็นธรรม ลูกชายอายุ 17 ปี บาดเจ็บ กรามหัก พูดไม่ได้ หลังถูกกลุ่มวัยรุ่นทำร้าย วอนตำรวจเร่งล่าตัว
วันนี้ (5 ส.ค.69) ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องขอความช่วยเหลือจากนางสาวพจนา อายุ 45 ปี ซึ่งเป็นแม่นักศึกษาชายอายุ 17 ปี หลังลูกชายได้รับบาดเจ็บ จากเหตุการณ์ถูกกลุ่มวัยรุ่นทำร้ายร่างกายจนกรามหักที่บ้านเพื่อน โดยได้นำภาพถ่ายหลังเกิดเหตุและคลิปวิดีโอจากโทรศัพท์มือถือ ซึ่งบันทึกเหตุการณ์ไว้ได้เพียงไม่กี่วินาที ก่อนลูกชายบาดเจ็บมาให้ผู้สื่อข่าวตรวจสอบ หวั่นไม่ได้รับความเป็นธรรม
แม่ของผู้บาดเจ็บ เล่าว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 01.00 น. ของวันที่ 28 กรกฎาคมที่ผ่านมา ขณะที่บุตรชายขออนุญาตไปที่บ้านเพื่อนภายในหมู่บ้านแห่งหนึ่งใน พื้นที่ อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา ระหว่างนั่งอยู่บริเวณหน้าบ้าน มีกลุ่มวัยรุ่นประมาณ 6 คน ขับขี่รถจักรยานยนต์มา 2 คัน จอดหน้าบ้าน เรียกลูกเจ้าของบ้านออกไปก่อน จากนั้นก็รุมทำร้ายลูกเจ้าของบ้านและลูกชายของตนก็ได้รับบาดเจ็บ จากการถูกตีบริเวณใบหน้า จนทำให้กรามแตกหัก จนมีเลือดออกเป็นจำนวนมาก โดยที่เขาบอกว่าถูก ตีด้วยไม้กอล์ฟ
ขณะเกิดเหตุ แฟนของผู้บาดเจ็บ ซึ่งอยู่ภายในบ้าน ได้ใช้โทรศัพท์มือถือบันทึกภาพเหตุการณ์ไว้ได้ช่วงสั้น ๆ ก่อนรีบวิ่งออกมาช่วยห้ามปราม เมื่อเห็นว่าสถานการณ์ไม่ปลอดภัย ผู้บาดเจ็บจึงรีบวิ่งหลบหนีไปยังซอยใกล้เคียง โดยกลุ่มผู้ก่อเหตุไม่ได้ติดตามไปทำร้ายซ้ำ
แม่ทราบเรื่องจากโรงพยาบาลอุทัย ว่าบุตรชายได้รับบาดเจ็บ จึงรีบเดินทางไปดูอาการ เมื่อไปถึงพบว่าลูกชายมีสภาพน่าเป็นห่วง แพทย์แจ้งผลการตรวจว่า กระดูกกรามหักและแตกเป็นหลายชิ้น จำเป็นต้องพักรักษาตัวในโรงพยาบาลหลายวัน ก่อนเข้ารับการผ่าตัด เมื่อวันที่ 3 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยแพทย์ได้ใส่เหล็กดามกระดูกกรามและมัดฟัน พร้อมสั่งให้งดรับประทานอาหารทั่วไปเป็นเวลา 1 เดือน สามารถรับประทานได้เฉพาะอาหารเหลวเท่านั้น
แม่ ระบุอีกว่า ขณะนี้ครอบครัวมีความกังวลและหวาดระแวง เนื่องจากผู้ที่ถูกกล่าวหายังไม่ได้เข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย ทำให้ตนต้องลางานเพื่อดูแลบุตรชายอย่างใกล้ชิด อีกทั้งยังอ้างว่า หลังเกิดเหตุมีการโพสต์ข้อความบนสื่อสังคมออนไลน์ในลักษณะท้าทาย เย้ยคนเจ็บ ไม่เกรงกลัวกฎหมาย ซึ่งสร้างความไม่สบายใจให้กับครอบครัว
นอกจากนี้ ครอบครัวได้เดินทางไปติดตามความคืบหน้าคดีกับพนักงานสอบสวน โดยได้รับแจ้งว่าจะมีการให้ชุดสืบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดภายใน 7 วัน อย่างไรก็ตาม เมื่อครบกำหนดแล้วยังไม่ได้รับการติดต่อกลับ จึงได้สอบถามอีกครั้งเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ซึ่งพนักงานสอบสวนแจ้งว่าติดภารกิจ และขอให้ครอบครัวดูแลรักษาผู้บาดเจ็บไปก่อน พร้อมระบุว่าจะติดต่อกลับภายหลัง
แม่ของผู้บาดเจ็บ กลัวไม่ได้รับความเป็นธรรม อยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งดำเนินการสืบสวนสอบสวนและติดตามผู้ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าวเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมาย เพื่อให้คดีมีความคืบหน้าและเกิดความเป็นธรรมกับผู้เสียหาย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ข้อมูลทั้งหมดเป็นคำให้สัมภาษณ์จากแม่ของผู้บาดเจ็บ ขณะที่รายละเอียดของคดีและข้อเท็จจริงในส่วนของผู้ถูกกล่าวหา ยังอยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนของกระบวนการทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ