ข่าวเย็นประเด็นร้อน - ตั้งแต่ช่วงสายของวันนี้ เจ้าหน้าที่เดินหน้าไล่ล่ากลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุ ยิงตำรวจ สภ.ตากใบ เสียชีวิต 2 นาย เจ็บอีก 4 นาย
หลังจากสืบพบเบาะแส 2 คนร้าย หลบหนีไปกบดานอยู่ในพื้นที่อำเภอสุคิริน จังหวัดนราธิวาส ระหว่างปฏิบัติการเจ้าหน้าที่ยิงปะทะคนร้าย ถูกวิสามัญฯ 2 คน
เข้าสู่วันที่ 4 เจ้าหน้าที่ได้รับการแจ้งเบาะแสจากชาวบ้านว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง ในเหตุการณ์ยิงตำรวจ สภ.ตากใบ โดยได้รับการแจ้งเบาะแสว่า กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงพากันหลบหนีออกนอกพื้นที่ปิดล้อมสวนปาล์มฯ มุ่งหน้าขึ้นไปบริเวณ เทือกเขาสันกาลาคีรี ซึ่งอยู่พื้นที่อำเภอสุคิริน จังหวัดนราธิวาส
ตลอดทั้งวันที่ผ่านมา กองกำลังร่วม 3 ฝ่าย สนธิกำลังปิดล้อมเทือกเขาสันกาลาคีรี และปูพรม กดดัน เพื่อค้นหาตัวคนร้ายที่ยังหลบหนี ระหว่างเข้าปิดล้อม กลุ่มคนร้ายเปิดฉากยิงใส่อย่างหนัก เพื่อเปิดทางหลบหนี ทำให้เกิดการปะทะกับเจ้าหน้าที่อย่างดุเดือด เจ้าหน้าที่ต้องใช้ยุทธวิธีตอบโต้ตามขั้นตอนกฎหมาย
หลังสิ้นเสียงปืน ส่งกำลังเข้าตรวจพบคนร้ายถูกวิสามัญฯ ในที่เกิดเหตุ 2 คน
พลตำรวจตรี ประยงค์ โคตรสาขา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส เปิดเผยกับทีมข่าวว่า หลังจากเหตุการณ์ที่ตำรวจ สภ.ตากใบ ถูกยิงเสียชีวิต ก็ดำเนินปฏิบัติการไล่ล่าคนร้ายกลุ่มนี้มาโดยตลอด
กระทั่งวันนี้ สืบสวน และเข้าบังคับใช้กฎหมาย หลังทราบพิกัดของ 2 คนร้าย หลบหนีมาซ่อนตัว ในพื้นที่อำเภอสุคิริน จังหวัดนราธิวาส ตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่พยายามใช้วิธีเจรจาเกลี้ยกล่อมให้มอบตัว แต่ผู้ก่อเหตุทั้ง 2 คน ไม่ยอมมอบตัว กลับยิงปืนใส่เจ้าหน้าที่ก่อน เจ้าหน้าที่จึงจำเป็นต้องยิงตอบโต้ เพื่อป้องกันตัว ทำให้ผู้ก่อเหตุเสียชีวิตทั้ง 2 คน
เบื้องต้นจากการพลิกศพ 1 ในผู้ก่อเหตุที่เสียชีวิต พบมีบาดแผลถูกยิง คาดว่าเป็นบาดแผลเดิม ที่เชื่อว่าเป็นบาดแผลถูกยิงมาจากพื้นที่สวนปาล์มฯ อำเภอตากใบ
ทั้งนี้ จากการสืบสวนข้อมูลเชิงลูก พบผู้ก่อเหตุที่ถูกวิสามัญฯ ครั้งนี้ มีความเชื่อมโยงกับเหตุโจมตี สภ.เจาะไอร้อง เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2568 รวมถึงมีความเชื่อมโยงกับกลุ่มที่ก่อเหตุบริเวณด่านตรวจบูเก๊ะซามี เป็นคนร้ายกลุ่มเดียวกัน
และเจ้าหน้าที่ยังยืนยันข้อมูลอย่างชัดเจนด้วยว่า 1 ใน 2 ของคนร้ายที่ถูกวิสามัญฯ ในวันนี้ เคยถูกจับกุมในคดียาเสพติดมาก่อน 1 คดี และมีหมายจับคดีความมั่นคง อีก 2 หมายจับ
นอกจากนี้ ในส่วนของการขยายผล เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวผู้เกี่ยวข้องไว้ได้ ทั้งหมด 13 คน โดยทั้งหมดเป็นผู้ให้แหล่งพักพิง และให้การสนับสนุนผู้ก่อเหตุ ซึ่งต้องถูกดำเนินคดีด้วยเช่นกัน