ข่าวเย็นประเด็นร้อน - หลังจากพบการปล่อยข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหลว่อนโซเชียล ล่าสุด กระทรวงคมนาคม ตรวจพบ IP ต้องสงสัยจาก 3 แหล่งที่ผิดปกติ สั่งระงับยูสเซอร์ชั่วคราวและรีเซตพาสเวิร์ดใหม่แล้ว ด้านนายกฯ เตรียมตั้งคณะกรรมการสอบสวน
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี บอกว่า หลังจากนี้คงมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวน กรณีข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหล ซึ่งหน่วยงานที่รับผิดชอบ ต้องปกป้องข้อมูลส่วนบุคค เพราะการปล่อยให้ข้อมูลรั่วไหลออกมาเป็นเรื่องผิดกฎหมาย แต่ไม่ได้มองว่า คนปล่อยข้อมูลพุ่งเป้ามาที่ ครม.หรือไม่
ส่วนกรณีปรากฏภาพ นายกฯ สวมเสื้อสีส้ม ขณะถ่ายภาพทำบัตรประจำตัวประชาชน นายอนุทิน บอกเพียงว่า เป็นภาพถ่ายนานแล้ว
ด้านนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ชี้แจงว่าเบื้องต้นไม่ใช่การแฮ็กข้อมูล พบว่า เป็น IP เดียว มาจากสถานที่เดียว และใช้แอ็กเคานต์ล็อกอิน 2 ครั้ง
ขณะนี้ได้ปิดระบบไปแล้ว ไม่ต้องกังวลว่าจะมีข้อมูลหลุดเพิ่มเติม ส่วนภาพตนเองที่เผยแพร่ออกมา เป็นภาพเก่าจากบัตรประชาชนใบเดิม เชื่อว่า จากพฤติกรรมที่พบ มีความเป็นไปได้สูงที่จะเกี่ยวข้องกับการมือง
ขณะที่นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม บอกว่า ตรวจพบ IP ต้องสงสัยจาก 3 แหล่งที่เข้าใช้ข้อมูลอย่างผิดปกติ คือ เทศกิจเขตบางกอกน้อย การทางพิเศษแห่งประเทศไทย และกองกำลังสิงหนาถ ซึ่งได้ระงับยูสเซอร์ของทั้ง 3 หน่วยงานชั่วคราวแล้ว และให้รีเซตขอพาสเวิร์ดใหม่ เพื่อล้างข้อมูลที่รั่วไหลออกไปก่อน
นายสิริพงศ์ ขอให้ประชาชนไม่ต้องกังวล เพราะข้อมูลส่วนบุคคลที่ถูกนำมาเผยแพร่ เป็นข้อมูลพื้นฐานไม่สามารถนำไปทำธุรกรรมใดๆได้ ถ้าไม่ได้ยืนยันตัวตน
ส่วนกรมการปกครอง ชี้แจงว่า ข้อมูลส่วนบุคคล ไม่ได้รั่วไหลจากฐานข้อมูลหลักของระบบทะเบียนราษฎร สำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง
ส่วนการเผยแพร่ภาพใบหน้าบุคคลผ่านสังคมออนไลน์ ได้ให้ผู้แทนเข้าร้องทุกข์กล่าวโทษต่อตำรวจไซเบอร์แล้ว พร้อมแจ้งเตือนประชาชนว่า การเผยแพร่ข้อมูลที่ผิดกฎหมาย ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ