เช้านี้ที่หมอชิต - พายุถล่มหมู่บ้านทำต้นไม้ใหญ่ล้มทับรถเก๋งพังยับ เจ้าของบอกเสียค่าซ่อมหลักแสนบาท
พายุถล่ม พัดต้นไม้ใหญ่หักโค่นทับรถเก๋ง จ.ปทุมธานี
เป็นภาพเจ้าหน้าที่กองช่าง อบต.คลองสาม นำเครื่องจักรกล รถกระเช้า ดำเนินการตัดและเคลื่อนย้ายต้นหูกระจงขนาดใหญ่
เส้นผ่าศูนย์กลาง 13 นิ้ว ใครนึกไม่ออกว่าใหญ่แค่ไหน ช่างฯ นำใบเลื่อยเทียบขนาดกันให้ดูชัด ๆ ต้นใหญ่ขนาดนี้ล้มทับรถยนต์พงเสียหายรอบคัน โดยเฉพาะประตูด้านซ้ายยุบไป 30 เซนติเมตร และกีดขวางถนนในหมู่บ้าน อำเภคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี เหตุเกิดคืนวันที่ 5 สิงหาคม หลังพายุฝนและลมกรรโชกแรง
สอบถาม นายประสิทธิ์ อายุ 65 ปี เจ้าของรถเก๋ง เล่าให้ฟังว่า คืนวันเกิดเหตุภรรยาของตนกลับมาจากซื้อกับข้าว นำรถไปจอดใต้ต้นหูกระจงซึ่งไม่ใช่ที่จอดประจำ เพราะไปทำธุระภายในบ้าน แต่หลังจอดรถ 10 นาที ก็มีพายุฝนกระหน่ำลงมาอย่างหนัก
นายประสิทธิ์ ยังบอกว่า ภรรยาของตนมีโรคประจำตัวเกี่ยวกับหัวใจ วันนี้เห็นสภาพรถพังก็ทำใจไม่ได้ แต่อย่างน้อยก็เชื่อว่าภรรยาตนเองรอดพ้นจากเหตุการณ์นี้มาได้ เพราะมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองให้รอดพ้นอันตราย
เบื้องต้นศูนย์ฯ ประเมินค่าซ่อม ประมาณ 200,000 บาท โดยกรมธรรม์รถคันนี้ไม่ครอบคลุมความเสียหายจากภัยธรรมชาติ ทำให้ต้องรับภาระค่าใช้จ่ายด้วยตนเอง
พายุหมุน พัดหลังคาร้านพังเสียหาย จ.นครพนม
ที่จังหวัดนครพนม บริเวณริมน้ำโขง เกิดพายุฝนและลมกรรโชกแรง ชาวบ้านมองไกล ๆ ไม่รู้อะไรบินอยู่บนฟ้า คุณผู้ชมช่วยกันดูหน่อย
ที่แท้ก็คือหลังคาบ้าน มองไกล ๆ นึกว่าฝูงนก พายุชนิดนี้คนอีสานเรียกกันว่า "ลมหัวกุด" เป็นพายุหมุนขนาดเล็ก ที่เกิดกะทันหันในวันที่อากาศร้อนจัด ภาคกลางเรียก "ลมบ้าหมู" ภาคใต้เรียก "ลมหัวด้วน" เหตุเกิดเวลา 14.00 น.เศษ วานนี้ (6 ส.ค.)
โดยที่เกิดเหตุเป็นบ้านไม้เก่าโบราณ ย่านถนนคนเดิน หรือ ถนนสุนทรวิตร เขตเทศบาลเมืองนครพนม เจ้าของอาคารต้องการอนุรักษ์ไว้ให้คนรุ่นหลังศึกษา โดยเปิดชั้นล่างให้เช่าเป็นร้านค้าจำหน่ายเสื้อผ้า รองเท้า และร้านอาหาร แต่พอหลังคาถูกลมพัดน้ำฝนจึงหยดใส่สินค้าที่อยู่ชั้นล่างพังเสียหาย
เจ้าของร้าน บอกว่า ยังไม่รู้จะซ่อมเสร็จเมื่อไร ทำให้คืนวันศุกร์นี้ (7 ส.ค.) ต้องขาดรายได้ เบื้องต้น พันตรี อดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม สั่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสำรวจความเสียหาย และให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบอย่างเร่งด่วน