เจอตัวแล้ว ลูกเสือโคร่งขย้ำคน

View icon 20
วันที่ 7 ส.ค. 2569 | 11.05 น.
ห้องข่าวภาคเที่ยง
แชร์
ห้องข่าวภาคเที่ยง - เจอตัวแล้ว "ลูกเสือขย้ำคน" เป็นลูกของแม่อภิญญา อยู่ในช่วงเจริญเติบโต และหัดล่าเหยื่อเอง หลังจากนี้ เจ้าหน้าที่จะเฝ้าดูพฤติกรรม ของเสือโคร่งครอกนี้ ซึ่งมีพี่น้อง 3 ตัว

กล้องดักถ่ายภาพอัตโนมัติสัตว์ จับภาพได้ชัดเจน เสือโคร่งซึ่งเป็นตัวขย้ำเจ้าหน้าที่อุทยาน "กลับมาคาบมุ้ง เพื่อยืนยันตัวตน" ว่าเป็นตัวก่อเหตุทำร้านเจ้าหน้าที่อุทยาน จนเสียชีวิต

"หมอล็อต" หรือ นายภัทรพล มณีอ่อน นายสัตวแพทย์ประจำกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โพสต์ข้อความ บอกว่า ทีมวิจัยเสือโคร่ง สถานีวิจัยสัตว์ป่าเขานางรำ สามารถระบุตัวเสือโคร่งที่ทำร้าย นายศักดิ์กรินทร์ วิชาจารย์ เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งได้แล้ว จากการตรวจสอบข้อมูลกล้องดักถ่ายภาพอัตโนมัติ หรือ Camera Trap ในพื้นที่เกิดเหตุ

เสือที่ก่อเหตุเป็นลูกเสือโคร่งอายุประมาณ 1 ปี 6 เดือน หนึ่งในลูก 3 ตัว ของแม่เสือโคร่งเพศเมียชื่อ "อภิญญา" อายุ 8 ปี ซึ่งครอบครัวเสือชุดนี้ ใช้เส้นทางดังกล่าวเป็นประจำ

จากพฤติกรรมตามธรรมชาติ เมื่อเสือล่าเหยื่อได้ จะย้อนกลับมายังจุดเดิม โดยวันเกิดเหตุพบว่า ลูกเสือเดินกลับเข้ามาเพียงลำพัง และพบเจ้าหน้าที่นอนพักในลักษณะนอนราบขนานกับพื้น ทำให้เสือเข้าใจผิดว่าเป็นเหยื่อ ซึ่งมีลักษณะใกล้เคียงกับสัตว์ที่เสือล่าตามธรรมชาติ จึงเข้าทำร้าย

การตามหาเสือตัวที่ก่อเหตุ เจ้าหน้าที่ได้นำมุ้งไปวางบริเวณใกล้เคียง เพื่อดักจับภาพรอเสือตัวที่ก่อเหตุกลับมา แล้วก็ปรากฏภาพตามคลิป เป็นเสือครอกของแม่อภิญญาจริง ๆ

ทีมวิจัยระบุว่า ลูกเสืออายุ 1 ปีครึ่ง ยังอยู่ในช่วงเรียนรู้การล่า มีความอยากรู้อยากเห็น และเชื่อว่าเหตุการณ์ครั้งนี้เป็นอุบัติเหตุจากความเข้าใจผิด ไม่ใช่พฤติกรรมการล่ามนุษย์โดยปกติ เพราะเสือโคร่งตามธรรมชาติจะหลีกเลี่ยงการเข้าใกล้อาคาร และหากรับรู้การเคลื่อนไหวของมนุษย์ มักจะหลบหนีทันที

ข้อมูลจาก สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 12 (นครสวรรค์) เผยว่า ครอบครัวเสือครอก "แม่เสืออภิญญา" มีอาณาเขตหากินในพื้นที่ประมาณ 40 ตารางกิโลเมตร ของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งอยู่ก่อนแล้ว

จากการวิเคราะห์พฤติกรรมพบว่า ลูกเสือตัวนี้ ยังอยู่ในวัยซุกซนและอยากรู้อยากเห็น เป็นช่วงที่กำลังแยกตัวออกจากแม่ จึงเชื่อว่าเหตุการณ์ครั้งนี้เกิดจาก "ความบังเอิญ" มากกว่าจะเป็นการจงใจทำร้ายคน เพราะเห็นลักษณะการนอนนิ่งอยู่ในมุ้ง เหมือนเหยื่อที่แม่คาบมาให้ จึงบุกขย้ำทันที

ข้อมูลจากเพจ "ฅนป่า ห้วยขาแข้ง" ระบุว่า ลูกเสือตัวที่ก่อเหตุ เป็นลูกเสือครอกที่ 2 ของแม่เสือโคร่งอภิญญา กับพ่อเสือพงศกร ซึ่งเมื่อปี 2568 พ่อเสือพงศกรได้หายไปจากพื้นที่ ส่งผลให้อาณาเขตเดิมถูกเสือหนุ่มตัวใหม่เข้าครอบครอง

ทำให้เสือตัวผู้ เข้ามายึดอาณาเขตของแม่เสืออภิญญา และกำจัดลูกเสือที่ไม่ใช่สายเลือดของมันออกไป เพื่อใช้ชีวิตกับแม่เสือตามธรรมชาติ ทำให้แม่เสืออภิญญาต้องพาลูกทั้ง 3 ตัว หลบซ่อน และในที่สุดต้องผสมพันธุ์กับเสือตัวผู้ตัวใหม่ เพื่อให้ยังคงใช้พื้นที่หากินได้ โดยปัจจุบันแม่เสือมีลูกครอกใหม่แล้ว

นักวิจัยประเมินว่า ลูกเสือครอกที่ 2 อาจต้องแยกจากแม่เร็วกว่าปกติ ทำให้ยังเรียนรู้ทักษะการล่าและการแยกแยะสิ่งต่าง ๆ ได้ไม่สมบูรณ์ ประกอบกับลูกเสือตัวหนึ่งมีนิสัยอยากรู้อยากเห็น เคยมีพฤติกรรมไม่รีบหนีเจ้าหน้าที่และนักท่องเที่ยวเหมือนพี่น้องอีก 2 ตัว

ในวันเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่นอนราบอยู่ในมุ้ง ซึ่งพรางตัวไปกับสภาพแวดล้อม และอยู่ในระดับเดียวกับเหยื่อตามธรรมชาติ จึงเป็นไปได้ว่าลูกเสือเข้าใจผิดว่าเจ้าหน้าที่เป็นเหยื่อ จึงเข้าทำร้าย

กรณีที่เกิดขึ้น เจ้าหน้าที่จะเฝ้าสังเกตพฤติกรรมของลูกเสือตัวดังกล่าว หากพบพฤติกรรมดุร้าย ชอบป้วนเปี้ยนอยู่ใกล้มนุษย์ จะต้องจับมาปรับพฤติกรรม โดยการขังใส่กรงเพื่อดูอาการ และฝึกการเข้าใกล้คนให้คุ้นชิน ฝึกให้เรียนรู้ว่าห้ามเข้าใกล้ และห้ามทำร้ายมนุษย์ หากพฤติกรรมดีขึ้น ก็จะปล่อยกลับคืนธรรมชาติ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง