สนามข่าวเสาร์-อาทิตย์ - เหตุสลดในโรงเรียนเทพศิรินทร์ จังหวัดนนทบุรี มีผู้เสียชีวิต 8 คน ยืนยันว่า 1 คนที่มีข่าวว่าเสียชีวิต ยังอยู่ในห้อง ICU ขณะที่ผู้บาดเจ็บอีก 29 คน ส่วนใหญ่กลับบ้านได้แล้ว
เหตุสลด ยิงครู-นักเรียน รร.เทพศิรินทร์ นนทบุรี
ตำรวจชุดปฏิบัติการพิเศษ บุกเข้าให้การช่วยเหลือเด็กนักเรียน ที่หลบซ่อนอยู่ตามห้องเรียนต่าง ๆ ตามหลักการ "หนี ซ่อน สู้" ที่ให้ผู้ตกอยู่ในอันตราย หลบอยู่ในที่ปลอดภัย ในระหว่างรอการช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่
นักเรียนชาย ชั้น ม.6 เล่าว่า ได้ยินเสียงปืนดังหลายนัด แต่เข้าใจว่ามีคนยิงไล่นก ก่อนจะรู้ว่ามีครูถูกยิง จึงรีบให้เพื่อน ๆ เข้าไปในห้อง ปิดล็อกประตู ช่วยกันนำโต๊ะ-เก้าอี้ไปวางขวางประตู ปิดไฟในห้อง หมอบต่ำ และอยู่ให้เงียบที่สุด ผ่านไปเกือบ 30 นาที ก็มีตำรวจส่งสัญญาณให้ออกจากพื้นที่ได้
ส่วนวิธีการเอาตัวรอดนี้ ได้จากในโซเชียลฯ และที่เคยเห็นคลิปต่าง ๆ ระหว่างการหลบซ่อนในที่กำบัง เด็กนักเรียนบางส่วนได้แจ้งข่าวสารกับผู้ปกครองเป็นระยะ เพื่อยืนยันว่ายังปลอดภัยดี ทำให้ผู้ปกครองพอคลายกังวลไปได้
มีผู้ปกครองบางส่วน ได้โพสต์ภาพแสดงความขอบคุณลงโซเชียลฯ ที่ครู และบุคลากรในโรงเรียน รวมถึงเจ้าหน้าที่ ช่วยเหลือเด็กนักเรียนส่วนใหญ่จนปลอดภัย
ผู้ก่อเหตุ ใฝ่ฝันอยากเป็น FBI
ทีมข่าว 7HD ลงพื้นที่ทันทีหลังได้รับแจ้งเหตุ พบสถานการณ์เต็มไปด้วยความวุ่นวาย เจ้าหน้าที่ทำการปิดล้อมพื้นที่ กันทุกคนไม่ให้เข้าไปในโรงเรียน ระหว่างนั้นได้เจอเด็กนักเรียนกลุ่มหนึ่ง จับกลุ่มคุยกัน มีการตั้งข้อสังเกตว่า ผู้ก่อเหตุมักโดนเพื่อนแกล้ง ถูกล้อเลียนบ่อยครั้ง และรู้มาว่าความฝันของเขาอยากเป็น FBI ทุก ๆ วัน จะไม่ค่อยสุงสิงกับใคร ค่อนข้างเก็บเนื้อเก็บตัว และเคยได้ยินเปรย ๆ ว่า จะเอาปืนมายิง แต่ไม่คิดว่าจะทำจริง
ขณะที่ พ่อของผู้ก่อเหตุ รีบเดินทางมาที่โรงเรียน ด้วยสีหน้าและท่าทางที่ยังช็อก ครูและตำรวจต้องพาตัวไปสงบสติอารมณ์ และซักถามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น
ตร.เปิดปม เหตุจ่อยิง
ส่วนตำรวจอีกชุด ไปตรวจสอบบ้านของนักเรียนที่ก่อเหตุ พบว่าอยู่ห่างจากโรงเรียน ประมาณ 17 กิโลเมตร ในพื้นที่อำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี แต่เมื่อเปิดเข้าไปในบ้าน ก็ต้องเจอกับเหตุสลดเพิ่ม พบปู่และย่าของผู้ก่อเหตุ ถูกยิงเสียชีวิตอยู่ภายในบ้าน
คาดว่าผู้ก่อเหตุยิงผู้เสียชีวิตทั้ง 2 คน ก่อนไปโรงเรียน ส่วนข้อมูลบางอย่างที่พบในเครื่องคอมพิวเตอร์ ต้องรอตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง ยืนยันยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้ง
สำหรับบ้านหลังนี้ อยู่กัน 3 คน มีเด็กชายที่ก่อเหตุ ปู่ และย่า โดยญาติของย่าเด็ก บอกว่า เท่าที่ทราบผู้ก่อเหตุก็เป็นเด็กน่ารัก ไม่เคยมีปัญหากับครอบครัว ปู่กับย่าก็รัก ส่วนพ่อแม่เด็กแม้จะแยกกันอยู่ แต่สุดสัปดาห์ก็มักจะผลัดกันมารับลูกไปอยู่ด้วย ไม่ได้ตัดขาด
อาของเด็กที่ก่อเหตุ บอกว่า หลานเป็นเด็กที่เรียนค่อนข้างดี และเป็นคนพูดน้อย ส่วนปู่-ย่า ก็ไม่ได้เข้มงวดกดดันอะไร แทบไม่เคยตีด้วยซ้ำ
พลตำรวจโท ไตรรงค์ ผิวพรรณ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า จากการสอบถามเพื่อนสนิท ได้ข้อมูลว่า ผู้ก่อเหตุเคยบ่นถึงความเครียดจากการเรียน การทำการบ้าน และความเข้มงวดทั้งจากผู้ปกครองและโรงเรียน
แต่ก็ยังไม่ตัดประเด็นเรื่องการถูกเพื่อนกลั่นแกล้ง หรือมีปัญหาขัดแย้งกับเพื่อนร่วมชั้น โดยทุกประเด็นจะต้องตรวจสอบอย่างละเอียด เพื่อหามูลเหตุที่แท้จริง
ขณะที่ ตัวเลขผู้เสียชีวิตที่ได้รับการยืนยันจากกระทรวงสาธารณสุข อยู่ที่ 8 คน ประกอบด้วย ครู 5 คน นักเรียนที่ก่อเหตุ 1 คน อีก 2 คน คือ ปู่ และย่าของผู้ก่อเหตุ ส่วนผู้บาดเจ็บ 29 คน พบมีอาการสาหัส 10 คน ในจำนวนนี้เป็นเด็ก 7 คน ที่เหลือสามารถเดินทางกลับบ้านได้
จากเหตุการณ์ความสูญเสียที่เกิดขึ้น ทางโรงเรียน, ครู, ศิษย์เก่า และศิษย์ปัจจุบัน ได้ร่วมกันไว้อาลัย และแสดงความขอบคุณแก่ นายกิตติพงศ์ สมรัตน์ รองผู้อำนวยการฝ่ายปกครอง 1, นางสาวสายฝน ศิริกิจจาขจร เจ้าหน้าที่ธุรการ, นางสาวทิวาพร วานิช ครูแนะแนว, นางสาวประภาพร ก้อนศิลา ครูผู้สอนกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ และว่าที่ร้อยตรีหญิง นันท์ชณัฐพร นาคพลั้ง ครูสอนกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ที่ปฏิบัติหน้าที่ครูจนถึงนาทีสุดท้ายของชีวิต
ผู้เสียชีวิตทั้งหมดจะถูกส่งไปชันสูตรพลิกศพ ยืนยันสาเหตุการเสียชีวิตที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ ส่วนเจ้าหน้าที่จากกองพิสูจน์หลักฐาน และตำรวจท้องที่ อยู่ดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานจนถึงดึก เพื่อนำทั้งหมดส่งมอบให้พนักงานสอบสวน ใช้ประกอบในสำนวนคดีต่อไป