กรมโยธาฯ ชี้แจงเหตุแรงสั่นสะเทือนจากก่อสร้างเขื่อนอ่างทอง

กรมโยธาฯ ชี้แจงเหตุแรงสั่นสะเทือนจากก่อสร้างเขื่อนอ่างทอง

View icon 42
วันที่ 8 ส.ค. 2569 | 15.17 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
กรมโยธาฯ ยืนยันเร่งตรวจสอบแก้ไขพื้นที่ทรุดตัวและดูแลบ้านเรือนประชาชน ที่ได้รับผลกระทบจากตอกเสาเข็มก่อสร้างเขื่อนอ่างทอง

ตามที่มีการนำเสนอข่าวกรณี “ผวานอนไม่หลับ ! ชาวบ้านอ่างทองร้องตอกเสาเข็มสร้างเขื่อน ทำเสาบ้านแตกร้าว - ดินแยก วอนผู้รับเหมาหยุดตอกและทำสัญญาเยียวยาหากบ้านถล่ม ชี้ไร้ความชัดเจน” นั้น

ล่าสุดวันนี้ (8 ส.ค.69) กรมโยธาธิการและผังเมือง ชี้แจงข้อเท็จจริง โดยระบุโครงการที่ปรากฏในข่าว คือ โครงการพัฒนาพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาชุมชนตำบลโพสะ อำเภอเมืองอ่างทอง จังหวัดอ่างทอง ซึ่งอยู่ระหว่างการดำเนินการก่อสร้าง สำหรับกรณีที่เกิดขึ้น ผู้รับจ้างอยู่ระหว่างดำเนินการตอกเสาเข็ม B (เสาเข็มเอียง) บริเวณช่วงท้ายเขื่อน ระหว่าง Sta. 0+350 ถึง Sta. 0+418 ทำให้เกิดแรงสั่นสะเทือน และพบการทรุดตัวของคันดินด้านในแนวเขื่อน โดยพื้นที่ดังกล่าวอยู่ใกล้กับบ้านเรือนประชาชน จึงพบร่องรอยการแตกร้าวบริเวณเสารั้วบ้านและบริเวณเสาห้องน้ำบางส่วน ทั้งนี้ กรมโยธาธิการและผังเมือง โดยสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดอ่างทองได้เร่งตรวจสอบพื้นที่และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทันที ทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้ควบคุมงาน และผู้รับจ้าง เพื่อประเมินสถานการณ์และกำหนดแนวทางแก้ไข โดยให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยของประชาชนและการป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบเพิ่มเติมระหว่างการก่อสร้าง

เบื้องต้น กรมโยธาธิการและผังเมือง ได้กำชับให้ผู้รับจ้างเร่งดำเนินการแก้ไขพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ โดยจัดทำค้ำยันบริเวณเสาห้องน้ำที่พบรอยแตกร้าว รวมถึงบริเวณจุดเสี่ยง พร้อมซ่อมแซมส่วนที่ชำรุดให้อยู่ในสภาพแข็งแรง รวมทั้งดำเนินการตอกเสาเข็มไม้ยูคาเพื่อเสริมความแข็งแรงบริเวณดินที่เกิดการทรุดตัว พร้อมบดอัดดินให้แน่น นอกจากนี้ ทางเทศบาล ผู้รับจ้าง และผู้เสียหาย ได้ทำข้อตกลงร่วมกัน โดยผู้รับจ้างจะรับผิดชอบทำการซ่อมแซมความเสียหายทั้งหมดให้คืนสู่สภาพปกติ พร้อมกำชับให้ผู้รับจ้างวางแผนและปรับวิธีดำเนินงานร่วมกับผู้ควบคุมงานและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การก่อสร้างสามารถดำเนินต่อไปได้อย่างเหมาะสม ควบคู่กับการดูแลความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่

กรมโยธาธิการและผังเมือง ยืนยันว่า จะติดตามสถานการณ์และกำกับการดำเนินงานอย่างใกล้ชิด พร้อมเร่งแก้ไขผลกระทบที่เกิดขึ้น เพื่อสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัยแก่ประชาชนในพื้นที่ และให้การก่อสร้างโครงการเป็นไปอย่างเหมาะสมและปลอดภัยต่อประชาชนโดยรอบ