เจาะประเด็นข่าว 7HD - ส่วนที่จังหวัดมหาสารคาม ผู้ปกครองร้องลูกชาย ม.3 ถูกบูลลี ทำร้ายร่างกาย ตั้งแต่ ม.1 แต่ไม่ได้รับการแก้ไขจากทางโรงเรียน กลัวลูกเครียดสะสม แล้วจะก่อเหตุรุนแรงบานปลาย
แม่ห่วง ลูกถูกบุลลีมานาน หวั่นบานปลาย
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่โรงเรียนแห่งหนึ่งในอำเภอเมืองมหาสารคาม คุณแม่ เล่าว่า ลูกชายถูกทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บ รวมถึงถูกบุลลีต่าง ๆ นานา มาตั้งแต่เรียน ม.1 ช่วงแรกคิดว่าเป็นการหยอกล้อของเด็กผู้ชาย แต่เมื่อมีผู้ปกครองหลาย ๆ คนมาแจ้งว่าลูกชายถูกแกล้งบ่อย เธอจึงสอบถามคุณครูผ่านกลุ่มไลน์โรงเรียน แต่กลับไม่ได้รับคำชี้แจงใด ๆ ทำให้รู้สึกไม่สบายใจ จนถึงขั้นจะนำเรื่องที่เกิดขึ้นไปแจ้งกับทางสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือ สพฐ. ปรากฎมีคณะครูมาขอร้องถึงที่บ้านว่าอย่าไปแจ้งเรื่องกับ สพฐ. เด็กแค่ทะเลาะกัน เธอคิดว่าลูกใกล้จะเรียนจบแล้ว จึงอดทนอดกลั้น
และเมื่อวันที่ 4 สิงหาคมที่ผ่านมา มีกลุ่มนักเรียนชั้น ม.2 มาตบศีรษะลูกชาย ลูกชายจึงตบศีรษะคืน แล้วเดินหนี หลังจากนั้นนักเรียน ม.2 ก็เดินตาม แล้วชกเข้าที่ใบหน้าจนปากแตก เลือดไหล เธอได้เข้าไปขอดูกล้องวงจรปิดที่หน้าโรงเรียน แต่ได้รับแจ้งว่ากล้องเสีย เมื่อพูดคุยกับผู้ปกครองของเด็กคู่กรณี ก็ได้รับคำตอบเพียงว่า เป็นการหยอกล้อกัน ทำให้รู้สึกไม่ได้รับความรับผิดชอบหรือคำขอโทษ
เธอยอมรับว่ากังวลมาก เพราะลูกชายเคยพูดว่า "ถ้าเราไม่สู้ เราก็ตาย" แต่ก็บอกกับเธอเสมอว่า "แม่อย่าไปด่าเขา" เธอจึงห่วงว่าถ้าเป็นแบบนี้ต่อไปเรื่อย ๆ อาจเกิดเหตุไม่คาดคิดขึ้นได้ จึงอยากให้ทุกฝ่ายเร่งแก้ปัญหา ก่อนจะสายเกินไป
คุณแม่ได้ลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สภ.เมืองมหาสารคาม พร้อมพาลูกตรวจร่างกาย และยื่นเรื่องร้องเรียนต่อศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดมหาสารคาม ยืนยันจะดำเนินคดีตามกฎหมาย
ถอดรหัส ปัจจัยเด็กถูกบุลลี
ด้าน (แพทย์หญิงวิมลรัตน์ วันเพ็ญ) โฆษกกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณะสุข เผยว่า สาเหตุที่ทำให้คน ๆ หนึ่งถูกบูลลี่ ส่วนใหญ่จะเกิดจากความแตกต่าง เช่น มีโรคประจำตัว, รูปพรรณต่างจากคนอื่น เช่น อ้วนไป ผอมไป หรือหน้าตาดี เรียนเก่งจนเกินไปก็นับเป็นความแตกต่างในสังคม บางคนถูกกระทำจนทำไม่ไหว ผันตัวมาเป็นผู้กระทำเองก็มีให้เห็นบ่อยครั้ง แต่ที่พบเห็นส่วนใหญ่ ทั้งในตัวของผู้กระทำและผู้ถูกกระทำ มักมีผลมาจากการเลี้ยงดูของครอบครัว
ทางโรงเรียนควรมีนโยบายช่วยเหลือ เพื่อให้รู้ว่าหากเกิดเรื่องขึ้น ครูสามารถจัดการปัญหาเหล่านี้อย่างไรได้บ้าง เพื่อไม่ให้เรื่องราวบานปลาย ไปจนถึงการใช้ความรุนแรง ขณะเดียวกันต้องเป็นที่พึ่งให้นักเรียนวางใจ กล้าเล่าเหตุการณ์ต่าง ๆ ให้ฟัง โดยไม่ต้องกังวลว่าจะถูกดุด่าหรือซ้ำเติม
ส่วนช่วงบ่ายวันนี้ ดร. ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และกระทรวงศึกษา ประชุมหาแนวทางป้องกัน แผนรักษาความปลอดภัยในโรงเรียน โดยภายใน 90 วัน จะจัดทำแผนรักษาความปลอดภัยในโรงเรียน เสนอ ครม. เพื่อให้ทุกกระทรวงร่วมบูรณาการ โดยหนึ่งในแผนสำคัญคือการดูแลสุขภาพจิต นักเรียน ครู ผู้ปกครอง และประชาชนที่ได้รับผลกระทบ รวมถึงส่งอาสาสมัครสุขภาพจิตลงประจำโรงเรียน เพื่อดูแลเชิงรุกทั่วประเทศ