"ยศชนัน" วางแนวทางการเปิดเรียนของ รร.เทพศิรินทร์ นนทบุรี ระบุ วันเปิดเรียนจะมีนักจิตวิทยาดูแลทั้งนักเรียน และครู พร้อมปิดห้องเรียนจุดเกิดเหตุ "ชั่วคราว" อีกทั้ง ยังเปิดโอกาสให้ครูและนักเรียนที่รู้สึกกระทบกระเทือนจิตใจรุนแรง สามารถขอย้ายสถานศึกษาได้
8 สิงหาคม 2569 นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เผยแนวทางการเปิดเรียนของ รร.เทพศิรินทร์ นนทบุรี ซึ่งทางดรงเรียนจะมีการปิดเรียนถึงวันที่ 14 สิงหาคม และจะเปิดเรียนวันที่ 17 สิงหาคม โดยระบุว่า จากที่ได้ลงพื้นที่หลังเหตุการณ์เมื่อวาน ( 7 ส.ค.69) วันนี้เราต้องเปลี่ยนความกังวลและสะเทือนใจเป็นแผนปฏิบัติรับมือและป้องกัน
เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่เพียงสร้างบาดแผลในสังคมไทย แต่ยังทำให้นานาชาติเกิดคำถามว่า ถ้าพวกเขามาพำนักในไทย และหากลูกหลานเขามาเรียนที่นี่จะปลอดภัยหรือไม่ แม้ความปลอดภัยของคนไทยจะสำคัญที่สุด แต่การเรียกความมั่นใจให้ผู้มาเยือนวางใจในระบบการศึกษาไทยก็สำคัญไม่แพ้กัน
นายยศชนัน ระบุว่า ได้เรียกประชุมด่วน 4 กระทรวง (อว., ศธ., พม., แรงงาน) รวมถึงได้เชิญ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) มาร่วมกันบูรณาการการทำงานและทำทันที โดยแบ่งเป็น 2 ระยะ ดังนี้ครับ
ระยะเร่งด่วน "แผนเปิดโรงเรียน" เน้นฟื้นฟูจิตใจและคัดกรองความปลอดภัย
1. วันเปิดเรียน จะมีทีมอาสาสมัครและนักจิตวิทยาลงพื้นที่เชิงรุก ดูแลเยียวยานักเรียน ครู และผู้ปกครองทันที
2. ปิดห้องเรียนจุดเกิดเหตุ "ชั่วคราว"
3. ตั้งจุดตรวจคัดกรองสิ่งผิดกฎหมายก่อนเข้าโรงเรียน
4. จัดพื้นที่ให้ผู้ปกครอง (ที่ลงทะเบียน) เข้ามาสังเกตการณ์บุตรหลาน เพื่อคลายความกังวล
5. เปิดช่องทางด่วนสุขภาพจิต (สายด่วน 1323 และ 1330 / แชต / นัดหมาย)
6. เปิดโอกาสให้ครูและนักเรียนที่รู้สึกกระทบกระเทือนจิตใจรุนแรง สามารถขอย้ายสถานศึกษาได้
ระยะยาว "มาตรฐานความปลอดภัยโรงเรียนแห่งชาติ" (ชงเข้า ครม. ภายใน 90 วัน)
1. คัดกรองสุขภาพจิต เด็กและครูเป็นประจำ พร้อมระบบส่งต่อแพทย์เฉพาะทางทันที
2. เปิดศูนย์พิทักษ์สิทธิผ่าน Traffy Fondue สร้าง Safe Zone ให้เด็กกล้าแจ้งปัญหาที่ไม่อาจพูดในพื้นที่อื่น
3. ยึดหลัก Zero Tolerance เอาจริงเอาจัง ไม่เพิกเฉยต่อการกลั่นแกล้ง (Bullying) ทุกรูปแบบ
4. ส่งเสริมความผูกพันระหว่างครูกับนักเรียน เพื่อลดช่องว่างและสร้างความเชื่อใจ
5. ฝึกซ้อมแผนเผชิญเหตุ ในหลากหลายมิติ พร้อมประเมินจุดเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง
6. Train the Trainer อบรมครูแนะแนวให้ประเมินและปฐมพยาบาลทางใจเบื้องต้นเป็น
7. คัดกรองบุคคลและสิ่งของ ก่อนเข้าสถานศึกษาอย่างรัดกุม เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ
"สิ่งสำคัญที่ผมขอย้ำคือ หากพบความผิดปกติในตัวเยาวชน การพาไปปรึกษากับจิตแพทย์ ไม่ใช่เรื่องน่าอาย แต่คือการดูแลที่ถูกต้องครับ ในฐานะที่เข้ามากำกับดูแลเรื่องนี้ ผมขอให้คำมั่นว่าทั้ง 5 กระทรวง ที่เรากำลังร่วมมือทำงานร่วมกันอย่างไร้รอยต่อ จะทำให้โรงเรียนเป็นพื้นที่ที่ปลอดภัยที่สุด คืนความมั่นใจให้คนไทย โดยเฉพาะบุคลากรทางการศึกษา และน้องๆ ซึ่งเป็นอนาคตของชาติเราครับ"