ม.6 ทนไม่ไหว! ถูกเพื่อนทำร้าย รีดไถเงิน บุหรี่จี้ เผยโดนมาตั้งแต่ ม.4

ม.6 ทนไม่ไหว! ถูกเพื่อนทำร้าย รีดไถเงิน บุหรี่จี้ เผยโดนมาตั้งแต่ ม.4

View icon 96
วันที่ 9 ส.ค. 2569 | 10.33 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
ผู้ปกครองร้องสื่อ ลูก ม.6 โรงเรียนแห่งหนึ่งในขอนแก่น ถูกเพื่อนรีดไถเงิน ขู่รุมทำร้าย ลากเข้าห้องน้ำ และอ้างถูกบุหรี่จี้ตามร่างกายต่อเนื่องตั้งแต่ ม.4 เด็กไม่กล้าบอกครอบครัว กระทั่งทนไม่ไหวจึงเปิดใจ พ่อแม่เข้าแจ้งความแล้ว ก่อนร้องขอความช่วยเหลือหลังระบุว่าโรงเรียนขอไกล่เกลี่ยไม่ให้เอาความ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :
 โรงเรียนดัง ขอนแก่น ร่อนแถลง ปม ม.6 ถูกเพื่อนแกล้ง ยันให้สิทธิผู้ปกครอง ดำเนินคดีตามกฎหมาย

9 ส.ค. 69 จากกรณี มีผู้ใช้เฟสบุ๊กในชื่อ “ผดุง หน่องพงษ์” โพสต์ขอความช่วยเหลือกรณีนักเรียนชั้น ม.6 ใน จ.ขอนแก่น โดยระบุว่า เด็กถูกเพื่อนนักเรียนโรงเรียนเดียวกันแกล้ง และบังคับรีดไถเงิน หากไม่ยอมให้เงินจะถูกข่มขู่ว่าจะรุมทำร้าย โดยผู้ปกครองร้องสื่อช่วยเหลือ หวั่นลูกชายซึ่งกำลังศึกษาอยู่ชั้น ม. 6 ในโรงเรียนแห่งหนึ่งของจังหวัดขอนแก่น ซึ่งถูกเพื่อนนักเรียนโรงเรียนเดียวกันกลั่นแกล้ง รีดไถเงิน และทำร้ายร่างกาย โดยผู้ร้องระบุว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นต่อเนื่องมาตั้งแต่ลูกชายศึกษาอยู่ชั้น ม.4 แต่ไม่เคยบอกพ่อแม่ กระทั่งทนไม่ไหวจึงตัดสินใจบอกพ่อแม่ หลังทราบเรื่องครอบครัวเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุ

นอกจากนี้ ผู้ร้องยังระบุว่า เด็กเคยถูกลากเข้าไปทำร้ายร่างกายภายในห้องน้ำของโรงเรียน รวมทั้งถูกใช้บุหรี่จี้ตามร่างกาย โดยพฤติกรรมดังกล่าวไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้น แต่เด็กถูกกระทำลักษณะนี้มาตั้งแต่ขณะเรียนอยู่ชั้น ม.4 และต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบันที่กำลังศึกษาอยู่ชั้น ม.6

สาเหตุที่เด็กไม่ยอมบอกเรื่องราวให้พ่อแม่ทราบตั้งแต่แรก ผู้ร้องระบุว่า เด็กเกิดความกลัวและไม่กล้าเปิดเผย เนื่องจากเกรงว่าจะถูกเพื่อนรังเกียจ อีกทั้งกลุ่มนักเรียนที่ถูกกล่าวหาว่าก่อเหตุยังรวมตัวกันเป็นกลุ่มที่มีลักษณะเป็น นักเลงขาใหญ่ภายในโรงเรียน ทำให้เด็กเลือกเก็บเรื่องที่เกิดขึ้นเอาไว้กับตัวเองมาโดยตลอด กระทั่งถูกกระทำซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนเด็กไม่สามารถทนต่อสถานการณ์ดังกล่าวได้อีก จึงตัดสินใจเล่าเรื่องทั้งหมดให้พ่อและแม่ฟัง ทำให้ครอบครัวเพิ่งทราบว่าบุตรถูกกระทำมาเป็นเวลานาน

สำหรับครอบครัวของเด็กผู้ร้องระบุว่า พ่อและแม่ประกอบอาชีพเป็นแพทย์ ทำหน้าที่ช่วยรักษาประชาชนตามพื้นที่ชนบท มีภาระงานหนักและไม่ค่อยมีเวลาอยู่กับลูก จึงไม่ทราบมาก่อนว่าลูกกำลังเผชิญกับปัญหาภายในโรงเรียน

ภายหลังพ่อและแม่ได้รับทราบเรื่อง จึงพาเข้าแจ้งความเพื่อดำเนินคดีกับผู้ที่ถูกกล่าวหาว่าก่อเหตุ อย่างไรก็ตาม ผู้ร้องระบุอีกว่า ทางโรงเรียนได้ขอให้มีการไกล่เกลี่ยและขอให้ครอบครัวไม่เอาความกับผู้ก่อเหตุ

ครอบครัวจึงตัดสินใจนำเรื่องออกมาร้องขอความช่วยเหลือผ่านสื่อ เนื่องจากมีความกังวลและหวั่นว่าเด็กอาจถูกกระทำซ้ำ พร้อมต้องการให้มีการช่วยเหลือและติดตามกรณีที่เกิดขึ้น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง