ตำรวจ ระบุมูลเหตุจูงใจการก่อเหตุมีหลายประเด็น

แชร์
ห้องข่าวภาคเที่ยง สุดสัปดาห์ - ตำรวจยังสืบหาข้อเท็จจริงถึงแรงจูงใจ คดีกราดยิง โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ล่าสุดเช้านี้ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 แถลงสรุป

หลายคนตั้งคำถาม กับเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี คงหนีไม่พ้นหัวข้อหลัก ๆ อย่างเช่น นักเรียนผู้ก่อเหตุ ถูกบุลลี หรือกลั่นแกล้งกันในโรงเรียนใช่หรือไม่ หรือประเด็นเรื่องผลการเรียนของเด็ก ตามที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าบางวิชาที่เรียนตอน ม.2 ได้เกรด 0 ทั้ง ๆ ที่หลายวิชาได้เกรด 4 หรือแรงกดดันจากคนในครอบครัว เพราะ "ย่า" เป็นอดีตครู ที่ค่อนข้างคาดหวังเรื่องผลการเรียนของหลานชาย

วานนี้ (8 ส.ค.) ตำรวจ สภ.ปลายบาง จังหวัดนนทบุรี ตำรวจเชิญพ่อและแม่ ของเด็กชายอายุ 14 ปี มาสอบปากคำ รวมถึงเพื่อนของเด็กผู้ก่อเหตุ และครูภายในโรงเรียนเพื่อหาแรงจูงใจในการก่อเหตุ และตรวจสอบประเด็นต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง

ล่าสุด พลตำรวจตรี อรรถพล อนุสิทธิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 เข้าประชุมร่วมกับพนักงานสอบสวน สภ.ปลายบาง คดีกราดยิงภายในโรงเรียน ก่อนชี้แจงความคืบหน้า ระบุว่า พนักงานสอบสวนสอบปากคำพยานที่เกี่ยวข้องไปแล้ว 17 ปาก พร้อมนำพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ ทั้งอาวุธปืน ปลอกกระสุน โทรศัพท์มือถือ และเครื่องคอมพิวเตอร์ ของผู้ก่อเหตุ ส่งตรวจกองพิสูจน์หลักฐานแล้ว

ซึ่งแนวทางสืบสวนพบว่า สาเหตุการก่อเหตุมาจากหลายปัจจัย ทั้งปัญหาภายในครอบครัว, ปัญหาเรื่องการเรียน, ปัญหาความขัดแย้งกับเพื่อน รวมถึงพฤติกรรมการเสพสื่อโซเชียลมีเนื้อหารุนแรงและอาชญากรรมนาน 1-2 ปี

ส่วนอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุเป็นปืนของคุณปู่ ขณะที่ปืนบีบีกันที่ผู้ก่อเหตุนำไปโรงเรียนแล้วถูกคุณครูยึดก่อนหน้านี้พบว่ามีการสั่งซื้อเองผ่านอินเตอร์เน็ต อีกประเด็นที่หลายคนสงสัยเรื่องผู้ก่อเหตุใช้อาวุธปืนสามารถจับปืนสองมือแล้วยิงได้แม่นยำ จากการตรวจสอบของตำรวจไม่พบประวัติการฝึกยิงปืน และไม่พบประวัติการรับการบำบัดรักษาทางจิตเวช

พลตำรวจตรี อรรถพล ย้ำให้ผู้ปกครองและครูช่วยกันสอดส่องพฤติกรรมเด็กอย่างใกล้ชิด และเก็บรักษาอาวุธปืนภายในบ้านให้มิดชิด ซึ่งในส่วนมาตรการของตำรวจเพิ่มมาตรการตั้งจุดตรวจสกัดและจัดสายตรวจเข้มงวดรอบโรงเรียน เพื่อสร้างความอุ่นใจ พร้อมขอความร่วมมือประชาชนและสื่อมวลชน ไม่นำเสนอภาพเหตุการณ์ หรือภาพความรุนแรงซ้ำ เพื่อไม่ให้กระทบกระเทือนจิตใจของผู้ที่เกี่ยวข้อง และให้เป็นตัวอย่างที่ไม่ดีให้เด็กรุ่นหลัง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง