พ่อเด็กผู้ก่อเหตุ ไหว้ขอโทษ ระบุไม่รู้ปมที่ลูกก่อเหตุ

View icon 285
วันที่ 9 ส.ค. 2569 | 16.02 น.
เจาะประเด็นข่าว 7HD
แชร์
เจาะประเด็นข่าว 7HD - คดีเด็กชายกราดยิงครูและนักเรียนโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ตำรวจ สภ.ปลายบาง เรียกพ่อของเด็กชายผู้ก่อเหตุเข้าสอบปากคำ

เป็นภาพขณะพ่อผู้ก่อเหตุ เตรียมเข้าให้ปากคำเพิ่มเติมกับ พนักงานสอบสวน สภ.ปลายบาง จังหวัดนนทบุรี ในคดีกราดยิงบุคลากรครูและนักเรียน ด้วยสีหน้าเศร้าหมอง หลังการสอบปากคำนาน 1 ชั่วโมง นักข่าวสอบถามคุณพ่อระหว่างเดินทางกลับ ในประเด็นมูลเหตุจูงใจที่ลูกชายก่อเหตุ คุณพ่อตอบด้วยน้ำเสียงสั่นครือ ว่า "ยังตอบไม่ได้" และเมื่อนักข่าวถามว่ามองปัญหาภายในครอบครัวอย่างไร คุณพ่อไม่ตอบคำถาม แต่ยกมือที่สั่นขึ้นมาไหว้ น้ำเสียงที่ตอบสั่นเครือ และน้ำตาคลอ ว่า "ผมขอตัวนะครับ ขอโทษทุกคนด้วย"

ขณะเดียวกันตัวแทนผู้ปกครองและสมาคมศิษย์เก่าโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี เข้าแจ้งความลงบันทึกประจำวันกับพนักงานสอบสวน สภ.ปลายบาง และชี้แจงข้อเท็จจริง

กรณีข่าวลือที่มีการแชร์ในกลุ่มของเด็กว่า ผู้ก่อเหตุมีเพื่อนอีก 1 คน (เป็นชายชุดดำ) ที่ให้การช่วยเหลือ แต่จากการตรวจสอบพบว่าเป็นตำรวจนอกเครื่องแบบของ สน.ลุมพินี ที่เข้ามาถึงโรงเรียนเป็นคนแรก เพื่อช่วยเหลือนักเรียนอาคาร 5 นำออกมาจากที่เกิดเหตุ

สำหรับพฤติกรรมของเด็กชายที่ก่อเหตุไม่พบพฤติกรรมสุ่มเสี่ยง จึงคาดว่าสาเหตุน่าจะมาจากเรื่องส่วนตัวของผู้ก่อเหตุเอง

ที่ผ่านมาทางโรงเรียนฯ มีบุคคลากรทางการแพทย์มาประเมินสุขภาพจิตและความเครียดของนักเรียน แต่หลังจากเกิดเหตุรุนแรงแบบที่ไม่เคยเกิดมาก่อน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หรือ พม. ได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้ามาช่วยดูแลและเยียวยาสภาพจิตใจของนักเรียนเพิ่มเติมแล้ว

ด้าน พลตำรวจตรี อรรถพล อนุสิทธิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ชี้แจงความคืบหน้าทางคดี ระบุว่า พนักงานสอบสวนสอบปากคำพยานที่เกี่ยวข้องไปแล้ว 17 ปาก พร้อมนำพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ ทั้งอาวุธปืน ปลอกกระสุน โทรศัพท์มือถือ และเครื่องคอมพิวเตอร์ของผู้ก่อเหตุ ส่งตรวจกองพิสูจน์หลักฐาน เพื่อหาพยานหลักฐานเพิ่มเติม ส่วนแนวทางสืบสวนพบว่า สาเหตุการก่อเหตุมาจากหลายปัจจัย

อีกประเด็นที่หลายคนสงสัยเรื่องผู้ก่อเหตุใช้อาวุธปืน สามารถจับปืนสองมือแล้วยิงได้แม่นยำ จากการตรวจสอบของตำรวจไม่พบประวัติการฝึกยิงปืน และไม่พบประวัติการรับการบำบัดรักษาทางจิตเวช แต่จากข้อมูลของเพื่อน และครู และบุคคลที่เคยพูดคุยใกล้ชิด เชื่อว่าเด็กที่ก่อเหตุไม่ใช่เด็กปกติเหมือนคนทั่วไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง