กรมอุทยานฯ ชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีข้อสงสัยการเสียชีวิตของ จนท.พิทักษ์ป่าห้วยขาแข้ง ยืนยันถูกสัตว์ป่าทำร้าย

กรมอุทยานฯ ชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีข้อสงสัยการเสียชีวิตของ จนท.พิทักษ์ป่าห้วยขาแข้ง ยืนยันถูกสัตว์ป่าทำร้าย

View icon 28
วันที่ 9 ส.ค. 2569 | 16.18 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
กรมอุทยานฯ ชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีสังคมตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับการเสียชีวิตของ เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าห้วยขาแข้ง ยืนยันถูก “เสือโคร่ง” ทำร้าย โดยยึดข้อมูลหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ผลการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ และข้อมูลทางวิชาการเกี่ยวกับพฤติกรรมของเสือโคร่งประกอบกัน

วันนี้ (9 ส.ค. 69) กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ชี้แจงข้อเท็จจริง กรณีข้อสงสัยเกี่ยวกับการเสียชีวิตของ "นายศักดิ์กรินทร์ วิชาจารย์" เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าห้วยขาแข้ง ตามที่มีการเผยแพร่และแสดงความคิดเห็นในสื่อสังคมออนไลน์ โดยมีข้อสงสัยเกี่ยวกับลักษณะร่องรอยและพฤติกรรมของสัตว์ป่า รวมถึงข้อสันนิษฐานว่า นายศักดิ์กรินทร์ อาจไม่ได้ถูกสัตว์ป่าทำร้ายนั้น

โดนทางกรมอุทยานฯ ขอชี้แจงข้อมูลเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง ดังนี้
1. กรณีรอยลากร่างที่มีข้อสงสัยว่าไม่ใช่ร่องรอยของสัตว์ป่า
ทางทีมนักวิจัยเสือโคร่ง ได้ตรวจสอบและประเมินแล้วพบว่า ลักษณะรอยที่ตรวจพบสอดคล้องกับร่องรอยที่เกิดจากพฤติกรรมการลากเหยื่อของเสือโคร่งไปตามพื้นดิน ดังนั้น ร่องรอยดังกล่าวจึงมีลักษณะที่สามารถอธิบายได้ตามพฤติกรรมของเสือโคร่ง มิใช่ข้อบ่งชี้ว่าไม่เกี่ยวข้องกับสัตว์ป่า

2. กรณีไม่พบร่องรอยการต่อสู้และหยดเลือดบริเวณที่นอนและจุดพบร่าง จึงมีข้อสงสัยว่าหากเป็นการถูกเสือโคร่งทำร้าย เหตุใดจึงไม่พบร่องรอยการต่อสู้หรือหยดเลือดบริเวณที่ผู้เสียชีวิตนอน รวมถึงบริเวณที่พบร่าง
จากข้อมูลของนักวิจัยเสือโคร่ง ระบุว่า โดยทั่วไปการล่าเหยื่อของเสือโคร่งจะใช้วิธีซุ่มรอและกระโจนเข้าหาเหยื่อ เพื่อทำให้เหยื่อล้มลง จึงอาจพบร่องรอยการต่อสู้ระหว่างเสือโคร่งกับเหยื่อได้
อย่างไรก็ตาม พฤติกรรมของเสือโคร่งไม่ได้มีเฉพาะการล่าเหยื่อในลักษณะดังกล่าวเท่านั้น แต่ยังมีพฤติกรรม การขโมยซากหรือขโมยเหยื่อที่มีขนาดกลางหรือขนาดเล็ก ซึ่งมักเป็นการงับหรือคาบแล้วลากหรือเคลื่อนย้ายออกจากบริเวณอย่างรวดเร็ว
สำหรับกรณีของ นายศักดิ์กรินทร์ ลักษณะร่องรอยที่ตรวจพบ มีความสอดคล้องกับความเป็นไปได้ในลักษณะดังกล่าว โดยมีข้อสันนิษฐานว่า หากผู้เสียชีวิตอยู่ในภาวะหลับลึกและไม่รู้สึกตัวในขณะที่เสือโคร่งเข้าถึงตัว ก็อาจไม่เกิดการต่อสู้ และจึงไม่จำเป็นต้องพบร่องรอยเลือดหรือร่องรอยการต่อสู้บริเวณที่นอน

3. กรณีข้อสงสัยว่า ผู้เสียชีวิตอาจไม่ได้ถูกสัตว์ป่าทำร้าย
ประเด็นดังกล่าวสามารถตรวจสอบได้จากข้อมูลทางนิติวิทยาศาสตร์และเอกสารที่เกี่ยวข้อง โดยมีข้อมูลสำคัญ ดังนี้
ผลการชันสูตรโดยแพทย์ โรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์ ระบุสาเหตุการเสียชีวิต ได้แก่ CERVICAL SPINE FRACTURE (ภาวะกระดูกสันหลังส่วนคอหัก) และ ANIMAL BITE (สัตว์กัด)
ผลการชันสูตรพลิกศพโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ลานสัก ระบุว่า สาเหตุการเสียชีวิตเกิดจากการถูกสัตว์ป่าทำร้าย
ใบมรณบัตรของระบุสาเหตุการเสียชีวิตว่า กระดูกสันหลังส่วนคอหักจากการถูกสัตว์ทำร้าย
จากข้อมูลข้างต้น จึงขอให้ประชาชนพิจารณาข้อมูลโดยอาศัยหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ผลการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ และข้อมูลทางวิชาการเกี่ยวกับพฤติกรรมของเสือโคร่งประกอบกัน

ทั้งนี้ กรมอุทยานฯ ขอยืนยันว่า การชี้แจงดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อ สร้างความเข้าใจที่ถูกต้องและลดความคลาดเคลื่อนของข้อมูลที่เผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์ โดยยึดข้อมูลจากหลักฐานและผลการตรวจสอบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นสำคัญ