แรงจูงใจการก่อเหตุคดียิงใน รร. มาจากสภาพแวดล้อม

View icon 25
วันที่ 9 ส.ค. 2569 | 20.08 น.
ข่าวภาคค่ำ
แชร์
ข่าวภาคค่ำ - ตลอดทั้งวันนี้ พนักงานสอบสวน สภ.ปลายบาง เรียกผู้เกี่ยวข้องกับคดียิงในโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี มาสอบปากคำ 17 คน

พ่อของนักเรียนชาย อายุ 14 ปี ที่ก่อเหตุ เข้าให้ปากคำเพิ่มเติมกับตำรวจด้วยสีหน้าเศร้าหมอง ภายหลังการสอบปากคำนาน 1 ชั่วโมง นักข่าวสอบถามคุณพ่อ ถึงมูลเหตุจูงใจที่ลูกไปก่อเหตุ

คุณพ่อตอบด้วยน้ำเสียงสั่นครือ ว่า "ยังตอบไม่ได้" ส่วนประเด็นปัญหาภายในครอบครัว คุณพ่อไม่ตอบคำถาม แต่ยกมือที่สั่นขึ้นมาไหว้ พร้อมกล่าวขอโทษทุกคน ก่อนขึ้นรถเดินทางกลับ

ด้าน พลตำรวจตรี อรรถพล อนุสิทธิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 กล่าวถึงแนวทางการสอบสวน พบว่า สาเหตุการก่อเหตุมาจากหลายปัจจัย

ส่วนพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ ทั้ง 2 แห่ง มี อาวุธปืน ปลอกกระสุน โทรศัพท์มือถือ และเครื่องคอมพิวเตอร์ของผู้ก่อเหตุ นำส่งกองพิสูจน์หลักฐาน ตรวจสอบแล้ว

ตัวแทนผู้ปกครอง และสมาคมศิษย์เก่า โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี เข้าแจ้งความลงบันทึกประจำวันกับพนักงานสอบสวน สภ.ปลายบาง และชี้แจงกรณีข้อมูลในกลุ่มนักเรียนและผู้ปกครอง ระบุว่า มีชายชุดดำเป็นเพื่อนของเด็กชาย ร่วมก่อเหตุอีก 1 คน ซึ่งข้อเท็จจริง พบว่า เป็นตำรวจนอกเครื่องแบบ สน.ลุมพินี ที่เข้าให้การช่วยเหลือและพานักเรียนออกจากอาคารเป็นคนแรก

ทั้งนี้ ยืนยันว่าที่ผ่านมาทางโรงเรียนฯ มีการเชิญบุคคลากรทางการแพทย์มาตรวจสอบและประเมินสุขภาพจิต และความเครียดของนักเรียน

เยียวยาจิตใจเด็กและครู เหตุยิงในโรงเรียน
MCATT ทีมเยียวยาจิตใจในภาวะวิกฤต ของกรมสุขภาพจิต และแพทย์ฯ เข้าดูแลสภาพจิตใจผู้ได้รับผลกระทบ ซึ่งผลการประเมินด้านความเครียด นักเรียน ครู และผู้ปกครอง รวม 79 คน พบมีความเสี่ยงสูงถึง 42 คน ในจำนวนนี้ เป็นเด็กนักเรียน 12 คน ส่งตัวเข้าพบจิตแพทย์ 3 คน

สรุปเหตุการณ์นี้ มีผู้เสียชีวิต 9 คน บาดเจ็บ 27 คน ยังรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 14 คน ในจำนวนนี้ ป่วยอาการหนัก 5 คน

คุรุสภา เตรียมมอบ "รางวัลครูถิรคุณ" เพื่อประกาศเกียรติคุณและเชิดชูเกียรติแก่ครูและบุคลากร โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ทั้งหมด 5 คน ที่เสียสละชีวิตปกป้องลูกศิษย์อย่างเต็มกำลังความสามารถ เป็นแบบอย่างของความกล้าหาญ คุณธรรม จริยธรรม และความรับผิดชอบต่อศิษย์

จ่อนัดถก "ตร.-มท." รื้อ พ.ร.บ.อาวุธปืน
ด้าน นายวัชรพงศ์ คูวิจิตรสุวรรณ ประธานคณะกรรมาธิการการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร เตรียมหารือร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกระทรวงมหาดไทย เพื่อสังคายนา พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนฯ

โดยต้องสั่งห้ามไม่ให้ประชาชนทั่วไป หรือแม้แต่เจ้าหน้าที่รัฐ ที่ไม่ได้อยู่ในระหว่างปฏิบัติหน้าที่ ห้ามพกพาอาวุธปืนออกนอกเคหสถาน หากฝ่าฝืนต้องถูกดำเนินคดีข้อหาที่รุนแรง และมีโทษขั้นอุกฉกรรจ์

นอกจากนี้ ต้องกำหนดเงื่อนไขผูกมัดให้ "เจ้าของปืน" ร่วมรับผิด ในฐานะผู้ต้องหาร่วม หากอาวุธปืนที่มีทะเบียนของตนถูกขโมย หรือถูกนำไปก่อเหตุยิงผู้อื่น และไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอให้ครูพกอาวุธปืนเพื่อป้องกันตัวในสถานศึกษา โดยมองว่าการแก้ปัญหาที่ถูกต้อง คือ การบังคับใช้กฎหมาย เพื่อกวาดล้างคนพกอาวุธปืนออกนอกบ้าน มากกว่าเพิ่มจำนวนอาวุธปืนเข้าไปในโรงเรียน