ห้องข่าวภาคเที่ยง - สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นำกำลังเปิดปฏิบัติการ ทลายเครือข่ายนอมินีต่างด้าว เฟส 6 รอบนี้ลงพื้นที่อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พบเครือข่ายนิติกรรมอำพรางการถือครองที่ดินแทนต่างด้าว มูลค่า 300 ล้านบาท
วันนี้ พลตำรวจเอก สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย พลตำรวจโท นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผู้บัญชาการประจำสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เจ้าหน้าที่กรมที่ดิน ได้สนธิกำลังเปิดปฏิบัติการ "ทลายเครือข่ายนอมินีต่างด้าว เฟส 6" พูลวิลล่าเถื่อน บริเวณพื้นที่ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
เป้าหมายในการตรวจค้นหลัก ๆ เป็นโครงการบ้านเดี่ยว และพูลวิลล่า แห่งหนึ่ง อยู่พื้นที่ตำบลทับใต้ อำเภอหัวหิน ราคาหลังละประมาณ 10-20 ล้านบาท เนื่องจากตรวจสอบเชิงลึก พบว่า มีนิติบุคคลใช้นอมินีคนไทยถือหุ้นแทน เพื่อครอบครองอสังหาริมทรัพย์ในหมู่บ้านดังกล่าว
ซึ่งจากการสอบสวน บุคคลต่างด้าว ให้การว่า ต้องการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ และได้รับคำแนะนำจากบริษัททนายความ บริษัทบัญชี ให้เปิดบริษัท เพื่อถือครองอสังหาริมทรัพย์ในไทย จึงเชื่อว่า ครอบครองอสังหาริมทรัพย์ โดยถูกกฎหมาย ซึ่งบริษัทดังกล่าวไม่ได้ประกอบกิจการแต่อย่างใดสอดคล้องคำให้การของคนไทย ที่มีชื่อเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัท ให้การว่า เป็นการถือหุ้นแทนบุคคลต่างด้าว ไม่เคยชำระค่าหุ้น ไม่เคยบริหารจัดการบริษัทใด ๆ มาก่อน
ตำรวจจึงตรวจยึดเอกสารจดทะเบียนบริษัท เอกสารบัญชี คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ และข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อตรวจสอบเส้นทางการเงิน และขยายผลไปยังบุคคล หรือเครือข่ายที่เกี่ยวข้องทั้งใน และต่างประเทศ
สรุปภาพรวมการกวาดล้างเครือข่ายนอมินี ก่อนหน้านี้ ตำรวจดำเนินการมาแล้ว 5 เฟส ครอบคลุมพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญทั่วประเทศ 6 จังหวัด
เริ่มจากที่ จังหวัดสุราษฎร์ธานี พังงา ภูเก็ต กระบี่ และ ชลบุรี ตรวจสอบที่ดิน และสิ่งปลูกสร้าง รวม 233 แปลง เนื้อที่กว่า 160 ไร่ มูลค่าประมาณ 2,539 ล้านบาท ศาลอนุมัติหมายจับผู้เกี่ยวข้องรวม 133 หมาย และมีคดีที่ศาลพิพากษาลงโทษแล้ว 20 คดี