เคาะแล้ว แจ้ง ตม. ขึ้นบัญชี “ครูปีเตอร์” ขู่บุคลากร-นักเรียน โรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย เป็นบุคคลเฝ้าระวัง ขณะที่อำเภอหาดใหญ่ ประสาน ตำรวจ-เทศบาล วางแผนดูแลความปลอดภัยโรงเรียนเข้มงวด พร้อมซ้อมแผนเผชิญเหตุ
10 สิงหาคม 2569 นายเอกชัย แก้วรัตนะ นายอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เผยหลังร่วมประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กรณีอดีตครูต่างชาติของโรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย โพสต์รูปภาพซ้อมยิงปืนข่มขู่บุคลากรและนักเรียนของโรงเรียน เนื่องจากไม่พอใจที่ถูกเลิกจ้างไม่เป็นธรรมว่า ที่ประชุมกำหนดมาตรการความปลอดภัยแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ มาตรการภายในโรงเรียน ให้โรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัยวางระบบควบคุมการเปิด-ปิดประตู และการเข้า-ออกพื้นที่อย่างเข้มงวด บุคคลภายนอกที่มาติดต่อราชการต้องแลกบัตรและผ่านจุดคัดกรองทุกครั้ง และ มาตรการภายนอกโรงเรียน จัดกำลังตำรวจ สภ.หาดใหญ่ ร่วมกับสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน (อส.) และเจ้าหน้าที่เทศบาลนครหาดใหญ่ สนธิกำลังดูแลความปลอดภัยรอบบริเวณโรงเรียนในช่วงเวลาเข้าและเลิกเรียน (เช้าและเย็น) รวมทั้งให้มีการซ้อมแผนเผชิญเหตุร่วมกันระหว่าง สภ.หาดใหญ่ และโรงเรียน เพื่อซักซ้อมความพร้อมของนักเรียนและบุคลากร ให้ทราบขั้นตอนการปฏิบัติตนและการเอาตัวรอดหากเกิดเหตุฉุกเฉิน ซึ่งจะขยายผลไปยังโรงเรียนอื่นๆ ในพื้นที่ตามนโยบายกระทรวงมหาดไทย
ส่วนกรณีของ "ครูปีเตอร์" อดีตครูผู้สอนชาวต่างชาติในโครงการห้องเรียนพิเศษ (EP) ทางสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ยืนยันข้อมูลว่า ผู้ก่อเหตุได้เดินทางออกนอกประเทศไทยไปแล้วตั้งแต่วันที่ 19 กรกฎาคมที่ผ่านมา จึงแจ้ง ตม. ให้ขึ้นบัญชีเป็น "บุคคลที่ต้องเฝ้าระวัง" ไว้แล้ว หากพยายามเดินทางกลับเข้ามาในประเทศไทย เจ้าหน้าที่จะดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายทันที ขณะที่อาวุธปืนที่ปรากฏในโพสต์ คาดว่าเป็นปืนที่เช่าจากสนามยิงปืน เนื่องจากชาวต่างชาติไม่มีสิทธิ์ขอมีและใช้อาวุธปืนตามกฎหมายไทย ส่วนการดำเนินคดีทางกฎหมายและการนำเข้าข้อมูลสู่ระบบคอมพิวเตอร์ อยู่ในความดูแลของ สภ.หาดใหญ่
นางฐิวิชญา มีชูวรพงศ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย (ญ.ว.) เปิดเผยว่า "ครูปีเตอร์" เป็นอดีตครูอัตราจ้างชาวต่างชาติในโครงการห้องเรียนพิเศษภาษาอังกฤษ (EP) ซึ่งเรื่องที่เกิดขึ้น ส่งผลกระทบต่อความรู้สึกและความกังวลของผู้ปกครองและนักเรียนเป็นหลัก โดยเฉพาะหลังจากมีสถานการณ์ความรุนแรงในสถานศึกษาแห่งอื่นเกิดขึ้น ทำให้ทุกโรงเรียนต้องตื่นตัวและเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ทางโรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัยจึงตัดสินใจปรับรูปแบบการเรียนการสอนเป็นระบบออนไลน์ชั่วคราวในวันที่ 10–11 สิงหาคม เพื่อคลายความกังวลและเร่งวางมาตรการรักษาความปลอดภัย จากนั้นจะกลับมาเปิดทำการเรียนการสอนตามปกติในวันที่ 13 สิงหาคมนี้ สำหรับการดูแลการสอนในส่วนที่ครูปีเตอร์เคยสอนนั้น โรงเรียนได้ประสานขอความร่วมมือจากกลุ่มครูผู้สอนชาวต่างชาติที่มีอยู่ ให้มาสอนในโครงการ EP แทนเรียบร้อยแล้วตั้งแต่วันที่ครูปีเตอร์พ้นสภาพการเป็นครู ดังนั้น ผู้ปกครองและนักเรียนจึงสบายใจได้ว่าจะไม่มีปัญหาเรื่องการขาดครูผู้สอนอย่างแน่นอน
ทั้งที่ที่ผ่านมา ระหว่างการสอนในโรงเรียน ครูปีเตอร์ ก็เป็นบุคคลปกติ แต่มักแสดงพฤติกรรมก้าวร้าวในบางครั้ง ซึ่งคาดว่าเกิดจากอุปสรรคด้านการสื่อสารและการใช้ภาษาอังกฤษที่ไม่ตรงกัน และมีความไม่เข้าใจในระบบและกระบวนการทางราชการของไทย ที่ผ่านมาโรงเรียนได้พูดคุยทำความเข้าใจแล้ว โดยมีทั้งครูไทยที่สื่อสารภาษาอังกฤษได้ดี และครูชาวต่างชาติที่สื่อสารภาษาไทยได้และทำงานมานานกว่า 10 ปี ร่วมเป็นผู้ประสานงานสื่อสาร แต่เนื่องจากครูปีเตอร์มีความมั่นใจในตัวเองสูงและมักยึดตนเองเป็นหลัก ทำให้มีปัญหา ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นกรณีศึกษาและบทเรียนราคาแพงของโรงเรียน คณะผู้บริหารและทีมงานกำลังพิจารณาปรับเปลี่ยนระบบการคัดเลือกครูชาวต่างชาติ โดยอาจยกเลิกการเปิดรับสมัครแบบ Walk-in แล้วใช้วิธีการจัดหาผ่านบริษัทเอเจนซีที่มีมาตรฐานเพื่อความรัดกุมในอนาคต
ส่วนกรณีที่ครูปีเตอร์ โพสต์ข้อความผ่านสื่อโซเชียลและร้องเรียนเรื่องการทุจริตงบประมาณภายในโรงเรียน ก็ขอชี้แจงข้อเท็จจริงว่า ตนเพิ่งย้ายมารับตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งนี้เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2568 หลังจากนั้นประสบกับสถานการณ์อุทกภัยครั้งใหญ่ ซึ่งต้นสังกัดและหน่วยงานภายนอกที่ต้องการยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ ได้ขอให้โรงเรียนทำสรุป "ตัวเลขประมาณการ" ความเสียหายเพื่อยื่นขอสนับสนุนงบประมาณในการฟื้นฟู และ ภาพเอกสารที่ครูปีเตอร์นำไปเผยแพร่ เป็นเพียงตัวเลขประมาณการความเสียหายเพื่อเสนอขอความช่วยเหลือไปยังหน่วยงานต่างๆ เท่านั้น ซึ่งสิทธิ์การพิจารณาอนุมัติงบประมาณขึ้นอยู่กับหน่วยงานต้นสังกัด และปัจจุบันโรงเรียนยังไม่ได้รับเงินงบประมาณก้อนดังกล่าวแม้แต่บาทเดียว จึงไม่ใช่เรื่องของการทำตัวเลขเกินจริงหรือการทุจริตตามที่ถูกกล่าวหา เพราะกระบวนการเบิกจ่ายจริงยังไม่ได้เกิดขึ้น ส่วนเงินช่วยเหลือที่ได้รับจริงมีเพียงเงินบริจาคเข้า “กองทุนฟื้นฟูผลกระทบจากอุทกภัย” ยอดรวมประมาณ 11 ล้านบาท ซึ่งรวมยอดบริจาคจาก ปตท. จำนวน 10 ล้านบาท และทุกขั้นตอนดำเนินไปตามระเบียบราชการอย่างถูกต้อง และตามขั้นตอน การใช้เงินไม่ว่าจะเป็นเรื่องของคณะกรรมการบริหาร เรื่องของเงินงบประมาณ งบบริจาค แล้วก็ผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการสถานศึกษา ซึ่งเหล่านี้แบ่งออกเป็นหมวดหมู่ตรวจสอบได้หมด แต่เรื่องที่เกิดขึ้น น่าจะเกิดจากการไม่พอใจค่าจ้าง ที่ตามสัญญาระบุว่า 33,000 บาท แต่ครูปีเตอร์ต้องการ 35,000 บาท ซึ่งตนเพิ่งย้ายมารับตำแหน่ง ก็ต้องทำตามสัญญาว่าจ้างที่มีการระบุไว้ และครูปีเตอร์ก็ไปร้องศาลแรงงานแล้วด้วย อย่างไรก็ตาม โรงเรียนพร้อมและยินดีให้หน่วยงานที่มีอำนาจตามกฎหมายเข้ามาตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมด