เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำโขงเพิ่มสูง

View icon 24
วันที่ 11 ส.ค. 2569 | 07.04 น.
สนามข่าว 7 สี
แชร์
สนามข่าว 7 สี - จับตาสถานการณ์ระดับน้ำโขงที่ จังหวัดหนองคาย มีการเฝ้าระวังน้ำล้นตลิ่ง หลังระดับน้ำโขงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
 
ล่าสุด เมื่อเวลา 22.00 น. คืนที่ผ่านมา ระดับน้ำโขงอยู่ที่ 11.60 เมตร ณ จุดเทียบเรือหายโศก เทศบาลเมืองหนองคาย ห่างจากระดับเตือนภัยน้ำท่วมประมาณ 0.50 เมตร ทำให้เทศบาลเมืองหนองคายปิดประตูระบายน้ำป้องกันน้ำโขงทะลักท่วมตัวเมืองแล้ว ขอให้ประชาชนเฝ้าระวังและติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด

ที่ จังหวัดบึงกาฬ นายสุรพล เจริญภูมิ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำในแม่น้ำโขง บริเวณจุดวัดระดับน้ำโขง บ้านพันลำ ตำบลวิศิษฐ์ อำเภอเมืองบึงกาฬ ช่วงเย็นเมื่อวานนี้ ระดับน้ำโขงวัดได้ 12.23 เมตร และมีแนวโน้มจะทรงตัว ซึ่งชลประทานบึงกาฬได้ติดธงสีเหลืองไว้เป็นการแจ้งเตือนว่า ระดับน้ำโขงอยู่ในเกณฑ์เฝ้าระวัง

ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ กล่าวว่า ระดับน้ำโขงจะสูงไม่เกินระดับ 13 เมตร จากระดับตลิ่ง 14 เมตร แต่ทางจังหวัดไม่นิ่งนอนใจ มีการเตรียมแผนรับมือไว้ล่วงหน้าหากสถานการณ์วิกฤตกว่าที่คาดการณ์ไว้ เช่น การอพยพประชาชนไปยังจุดปลอดภัย

ที่ จังหวัดนครพนม ทหารพราน ร่วมกับฝ่ายปกครอง ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือชาวบ้านดอนแพง ตำบลบ้านแพง อำเภอบ้านแพง ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำโขงล้นตลิ่งท่วมบ้านเรือนประชาชนกว่า 30 หลังคาเรือน

โดยเจ้าหน้าที่ได้ช่วยขนย้ายสิ่งของจำเป็น สัตว์เลี้ยง และผู้ป่วยติดเตียง รวมถึงมอบสิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็น เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้น พร้อมจัดเจ้าหน้าที่ดูแลเฝ้าระวัง 24 ชั่วโมง เนื่องจากน้ำโขงยังเพิ่มระดับต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยังมีพื้นที่การเกษตรถูกน้ำท่วมขังกว่า 1,000 ไร่
  
ขณะที่ เทศบาลเมืองนครพนม ขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนงดโพสต์ หรือแชร์ภาพน้ำท่วมนครพนมที่ไม่เป็นความจริง ซึ่งอาจทำให้ผู้พบเห็นเกิดความเข้าใจผิด และขอให้ติดตามการรายงานสถานการณ์น้ำท่วมจากเพจเทศบาลเมืองนครพนม หรือหน่วยงานที่เชื่อถือได้เท่านั้น

รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมรับมืออุทกภัยน้ำท่วมพื้นที่ภาคอีสานว่า ได้เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาสั่งการแล้วเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อให้ทุกจังหวัดเตรียมพร้อมป้องกันและช่วยเหลือประชาชน พร้อมกำชับให้ถอดบทเรียนที่ผ่านมาว่ามีปัญหาอะไรบ้าง เพื่อไม่ให้เกิดซ้ำอีก

ส่วนกรณีน้ำในแม่น้ำโขงเพิ่มสูง รองนายกรัฐมนตรี บอกว่า เกิดจากเขื่อนประเทศต้นน้ำไม่ได้แจ้งก่อนที่จะปล่อยน้ำมา ซึ่งน้ำโขงขึ้น-ลงไม่ได้เกิดตามธรรมชาติ แต่เกิดจากเขื่อน โดยจะให้กระทรวงการต่างประเทศประสานขอความร่วมมือต่อไป เพื่อเตรียมป้องกันก่อน

ด้าน รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เผยว่า ช่วงวันที่ 10-12 สิงหาคม 2569 พบว่า ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนเป็นพื้นที่เสี่ยงฝนตกหนักและหนักมาก ได้แก่ บริเวณจังหวัดบึงกาฬ จังหวัดอุบลราชธานี และ จังหวัดนครพนม 

นอกจากนี้ ปริมาณฝนที่ตกหนักสะสมในประเทศเมียนมา และ สปป.ลาว ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำโขงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และอาจท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำเป็นบริเวณวงกว้าง

ทั้งนี้ สทนช. ได้ประสานงานร่วมกับประเทศสมาชิกคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง และสำนักงานเลขาธิการคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง เพื่อติดตามข้อมูลปริมาณน้ำไหลเข้า ระดับน้ำ และแผนการระบายน้ำของเขื่อนในลุ่มน้ำโขงไว้ล่วงหน้าอย่างใกล้ชิด ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการคาดการณ์สถานการณ์น้ำและแจ้งเตือนภัยแก่ประชาชนได้ทันท่วงที

ขณะที่ นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ระบุถึงการช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัย มีการเตรียมการณ์เต็มที่ โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเตรียมการช่วยเหลือให้ครบถ้วน ก่อนจะประสบอุทกภัย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง