แท็กซี่เถื่อน ยอมรับผิด พร้อมคืนเงินให้ผู้โดยสารชาว สปป.ลาว หลังโขกค่าโดยสาร 4,500 บาท ระยะทาง 94 กม. ล่าสุด ถูกเจ้าหน้าที่ขนส่งเปรียบเทียบปรับฐานใช้อนุญาตขับขี่ผิดประเภท และถูกพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ส่วนบุคคลชั่วคราว
จากกรณี ชาว สปป.ลาว แชร์คลิปพูดคุยกับคนขับรถแท็กซี่เถื่อน ที่เรียกเก็บค่าโดยสารโหด โดยขึ้นรถจากสำนักงานขนส่งจังหวัดอุบลราชธานี ไปด่านพรมแดนช่องเม็ก อ.สิริธร ระยะทางประมาณ 94 กิโลเมตร 4,500 บาท และสามารถต่อรองลงมาเหลือ 3,600 บาท เป็นราคาที่แพงเกินความจริง ต่อมา พนักงานขนส่งได้เรียกตัวคนขับแท็กซี่คนดังกล่าวมาพบกับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองอุบลราชธานี
ช่วงสายวันที่ 11 สิงหาคม นายเอ อายุ 32 ปี คนขับแท็กซี่เถื่อน ได้เข้าพบ พ.ต.อ.ศักดิ์ศรี ไกรราช ผกก.สภ.เมืองอุบลราชธานี เพื่อให้ปากคำโดยยอมรับว่า เรียกเก็บค่าโดยสารจากผู้โดยสารที่เป็นชาว สปป.ลาว 4,500 บาทจริง แต่สุดท้ายได้ต่อลองลงมาเหลือ 3,600 บาท พร้อมเล่าเหตุการณ์วันดังกล่าว ผู้โดยสารได้มาลงรถที่สถานีขนส่ง ตนจึงเข้าไปติดต่อเรียกใช้บริการ โดยเรียกค่าโดยสารหลักกิโลเมตรละ 50 บาท หลังจากนั้นก็ได้รับผู้โดยสารพร้อมสัมภาระขึ้นรถนั่งมาที่ด่านพรมแดนช่องเม็ก เมื่อถึงปลายทางจะคิดค่าโดยสารให้ดู ซึ่งเป็นเงิน 4,500 บาท ผู้โดยสารได้ต่อเหลือ 1,500 บาท ตนแจ้งว่าไม่ได้ลูกค้าเลยชวนให้ไปหาตำรวจ จึงเกิดการต่อรองราคาสุดท้ายมาอยู่ที่ 3,600 บาท
จึงอยากขอโทษผู้โดยสารที่ตนขับรถไปส่ง พร้อมขอคืนเงิน 3,600 บาทให้กับผู้โดยสาร โดยนายเอ ได้ฝากเงินคืนไว้กับเจ้าหน้าที่ขนส่ง เพื่อให้ผู้โดยสารมาติดต่อรับคืนไป ขณะเดียวกันจากความผิดที่เกิดขึ้น สำนักงานขนส่งได้มีคำสั่งเปรียบเทียบปรับฐานนำรถมาใช้ผิดประเภทเป็นเงิน 2,000 บาท พร้อมสั่งพักการใช้ใบอนุญาตขับขี่ส่วนบุคลคลไว้ชั่วคราวด้วย
ด้าน พ.ต.อ.ศักดิ์ศรี ไกรราช ผกก.สภ.เมืองอุบลราชธานี ได้แจ้งกับนายเอว่า หากต้องการประกอบอาชีพแท็กซี่ป้ายดำ ให้ไปยื่นขอจดทะเบียนให้ถูกต้องกับทางสำนักงานขนส่ง เพราะสามารถสมัครเข้าเป็นแก็ป วิ่งรับส่งผู้โดยสารได้ หลังการสอบสวนและมีการคืนเงินพร้อมทั้งการเปรียบปรับตามระเบียบของสำนักงานขนส่งนายสัจจะ ก็ได้เดินทางกลับไป