รวบแก๊งขายทัวร์ทิพย์เฉิงตู ตุ๋นลูกทัวร์ 16 คน สูญเงินครึ่งล้าน พบประวัติฟอกเงิน เปิดบริษัทบังหน้า ไม่มีใบอนุญาต เงินโอนออกเกลี้ยงบัญชี สุดท้ายอ้างแค่บริหารงานผิดพลาด
วันนี้ (11 ส.ค. 69) กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิด เกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค ร่วมกันจับกุม น.ส.ธภาภัค อายุ 34 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาตลิ่งชัน ที่จ.642/2569 ลงวันที่ 6 สิงหาคม 2569 ในความผิดฐาน ร่วมกันฉ้อโกง, ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน
และร่วมกันโดยเจตนาก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในแหล่งกำเนิด สภาพ คุณภาพ ปริมาณ หรือสาระสำคัญประการอื่นอันเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการ ไม่ว่าจะเป็นของตนเองหรือผู้อื่น โฆษณาหรือใช้ฉลากที่มีข้อความอันเป็นเท็จหรือข้อความที่รู้หรือควรรู้อยู่แล้วว่าอาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิด เช่นว่านั้น และร่วมกันประกอบธุรกิจนำเที่ยวโดยไม่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวตามมาตรา 15
โดยสามารถจับกุมตัวได้ที่หน้าบ้านพักหลังหนึ่ง ในพื้นที่ แขวงบางมด เขตจอมทอง กรุงเทพมหานคร
สืบเนื่องจากกลุ่มผู้เสียหายรวม 16 คน ได้เดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับ พ.ต.ท.พีระพัฒน์ สุทธเสนา รอง ผกก.(สอบสวน) กก.1 บก.ปคบ. หลังสั่งซื้อแพ็กเกจท่องเที่ยวประเทศจีน ทริป “เฉิงตู ต๋ากู่ปิงชวน จิ่วจ้ายโกว สี่ดรุณี” กำหนดเดินทางช่วงเดือนมี.ค. 69 ในราคาคนละ 28,500 บาท แต่เมื่อถึงกำหนดกลับไม่สามารถเดินทางได้จริง
จากการรวบรวมพยานหลักฐานของเจ้าหน้าที่พบว่า กลุ่มผู้ต้องหาได้เปิดบริษัทบังหน้า ซึ่งตรวจสอบพบว่ามีการจดทะเบียนพาณิชย์ถูกต้องตามกฎหมาย แต่เมื่อตรวจสอบกับกรมการท่องเที่ยว กลับพบว่า "ไม่ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวแต่อย่างใด"
นอกจากนี้ เมื่อตรวจสอบเอกสารเดินบัญชีธนาคาร ที่ใช้รับโอนเงิน พบความผิดปกติชัดเจน โดยทุกครั้งที่มีเงินโอนจากผู้เสียหาย เงินจะถูกโอนออกไปยังบุคคลต่าง ๆ ทันทีภายในวันเดียวกัน จนปัจจุบัน ยอดเงินคงเหลือในบัญชีเป็น 0 บาท และประวัติของแก๊งทัวร์ทิพย์กลุ่มนี้ พบว่ามีความเชื่อมโยงกันอย่างใกล้ชิด
โดยกลุ่มผู้ต้องหามีประวัติเกี่ยวข้องกับคดีอาญาในความผิดฐานฉ้อโกงหลายคดี ขณะที่กรรมการบริษัทพบถูกดำเนินคดีเกี่ยวกับยาเสพติด พนักงานสอบสวน กก.1 บก.ปคบ. จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อยื่นคำร้องต่อศาลอาญาตลิ่งชันเพื่อขออนุมัติออกหมายจับกุมผู้ต้องหา มาดำเนินคดีตามกฏหมาย
ในเวลาต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สืบสวนและติดตามจับกุมผู้ต้องหาคนดังกล่าว จนสามารถเข้าทำการจับกุมผู้ต้องหาได้ในที่สุด และนำตัวส่งพนักงานสอบสวน กก.1 บก.ปคบ. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย