เร่งหาแรงจูงใจ ตำรวจยิงภรรยาพยาบาล

View icon 58
วันที่ 11 ส.ค. 2569 | 16.38 น.
ข่าวเย็นประเด็นร้อน
แชร์
ข่าวเย็นประเด็นร้อน - ที่จังหวัดปราจีนบุรี เกิดเหตุสะเทือนขวัญที่ยังคงเป็นปริศนา จู่ ๆ ฝ่ายชายเป็นตำรวจ ใช้อาวุธปืนพกประจำกาย ยิงคนรัก ซึ่งทำงานเป็นพยาบาล ขณะทั้งคู่นั่งอยู่ภายในรถเก๋ง

ทันทีที่รับแจ้งเหตุ พลตำรวจตรี สรัลพัฒน์ ยศสมบัติ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปราจีนบุรี พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานปราจีนบุรี ลงตรวจสอบจุดเกิดเหตุ บริเวณบ้านพักหลังหนึ่ง อยู่พื้นที่ อำเภอศรีมโหสถ จังหวัดปราจีนบุรี พบรถเก๋ง สีขาว เสียหลักพุ่งชนเข้าไปจอดอยู่ภายในบ้าน

บริเวณกระจกด้านหน้ารถ และกระจกด้านซ้าย ฝั่งคนขับ มีร่องรอยถูกอาวุธปืนจนกระจกแตก เป็นรูโหว่ ส่วนภายในห้องโดยสารพบหยดเลือด และพบอาวุธปืนขนาด 9 มม. พร้อมกระสุนคาแม๊กกาซีน 9 นัด และปลอกกระสุน ตกอยู่ภายในรถอีก 2 ปลอก

สำหรับผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์นี้ มีด้วยกัน 2 คน ไม่ใช่คนอื่นไกล ตรวจสอบทราบว่า ทั้งสองคน เป็นสามีภรรยากัน ฝ่ายชายอายุ 29 ปี ทำงานเป็นตำรวจ ยศจ่าสิบตำรวจ ประจำสถานีตำรวจแห่งหนึ่งในพื้นที่ จังหวัดปราจีนบุรี ส่วนฝ่ายหญิง อายุ 30 ปี ทำงานเป็นพยาบาลประจำที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในพื้นที่ จังหวัดปราจีนบุรี เช่นเดียวกัน

สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ทั้งสองคนแต่งงานกันเมื่อปี พ.ศ.2566 มีลูกชายด้วยกัน 1 คน ก่อนเกิดเหตุ ฝ่ายหญิง เป็นคนขับรถเก๋ง ไปรับสามีหลังเลิกงาน จากนั้นขับรถเดินทางมาที่บ้านหลังเกิดเหตุ ซึ่งเป็นบ้านพ่อแม่ของฝ่ายชาย เพื่อมารับลูกชาย ที่เลิกเรียนแล้วก็จะมาอยู่ที่บ้านหลังนี้ เพื่อรอพ่อแม่ แต่คาดว่าระหว่างที่ทั้งคู่ขับรถมาถึงหน้าบ้าน น่าจะมีปากเสียงกัน แต่ไม่มีใครรู้ว่าทะเลาะกันเรื่องอะไร จนนำไปสู่การก่อเหตุรุนแรงขึ้นภายในรถ

หลังจากฝ่ายชาย ก่อเหตุยิงฝ่ายหญิง กระสุนเข้าที่ศีรษะแล้ว ก็ใช้อาวุธปืนกระบอกเดียวกัน ยิงตัวเอง ทำให้รถเสียหลัก พุ่งเข้าไปในบ้าน โดยจังหวะนั้นมีญาติอาศัยอยู่ภายในบ้าน เห็นเหตุการณ์ช่วยกันใช้อุปกรณ์ทุบกระจกรถ เพื่อช่วยเหลือคู่สามีภรรยาออกมา พบทั้งสองคนมีแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนคนละ 1 นัด ก่อนประสานหน่วยกู้ชีพมารับตัวนำส่งรักษาที่โรงพยาบาลฯ

มีรายงานเพิ่มเติมว่า ฝ่ายหญิง เสียชีวิตแล้วช่วงกลางดึก เมื่อคืน ส่วนฝ่ายชาย ตรวจสอบเช้านี้ อาการยังโคม่า นอนรักษาอยู่ห้องไอซียู สำหรับแรงจูงใจในการก่อเหตุ ไม่มีใครทราบแน่ชัด เพราะช่วงเกิดเหตุทั้งสองคนอยู่ในรถ หลังจากนี้ต้องรอเชิญบุคคลในครอบครัวเข้าให้ข้อมูลอีกครั้ง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง