เปิดปมพิพาทที่ดิน วัดป่าอดุลยาราม จ.ขอนแก่น

View icon 245
วันที่ 12 ส.ค. 2569 | 07.06 น.
สนามข่าว 7 สี
แชร์
สนามข่าว 7 สี - มีบุคคลอ้างเป็นทายาทเจ้าของที่ดิน ซึ่งเป็นที่ตั้งของวัดป่าอดุลยาราม จังหวัดขอนแก่น พาชายฉกรรจ์นำท่อระบายน้ำ ปิดกั้นทางเข้า-ออกของวัด ติดป้ายให้รื้อใน 15 วัน เจ้าอาวาสถึงกับหลั่งน้ำตา โดยบอกว่าที่ดินที่ได้มาเป็นที่บริจาคสร้างวัด มาร่วม 30 ปี

นี่เป็นคลิปวิดีโอที่ญาติโยมภายในวัดป่าอดุลยาราม ตำบลในเมือง อำเภอเมืองขอนแก่น บันทึกไว้ขณะที่ชายฉกรรจ์หลายคนกำลังขนท่อระบายน้ำลงจากรถกระบะ นำมาขวางประตูเข้าวัด ริมถนนกัลปพฤกษ์

จากนั้นมีผู้หญิงเดินเข้ามาภายในวัด ทำทีเป็นเจ้าของที่ดิน พร้อมกับชายฉกรรจ์ที่สวมใส่เสื้อลายพรางคล้ายทหารติดตามมาด้วย เธอสั่งห้ามถ่ายรูปและบันทึกคลิปวีดีโอ จนทำให้เกิดการปะทะคารมกัน เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นช่วงเที่ยงของวันที่ 10 สิงหาคม ที่ผ่านมา

จากนั้นมีการนำป้ายข้อความ "ห้ามบุกรุกพื้นที่" มาติดไว้หน้าวัด เร่งรัดให้วัดออกจากที่ดินผืนนี้ ภายใน 15 วัน หากพ้นกำหนดแล้วยังอยู่ จะดำเนินคดีตามกฎหมาย ทั้งทางแพ่งและทางอาญาให้ถึงที่สุด​ โดยไม่มีการแจ้งเตือนซ้ำอีก

พระครูอดุลย์สารนิเทศ เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม เปิดเผยว่า วัดแห่งนี้ได้รับการประกาศจัดตั้งอย่างเป็นทางการ เมื่อปี 2541 หลังได้รับบริจาคที่ดิน

แต่ผู้บริจาคยังเซ็นชื่อโอนกรรมสิทธิไม่เรียบร้อย กลับเสียชีวิตก่อน ทำให้วัดครอบครองที่ดินปรปักษ์ ตั้งแต่ปี 2535 จนถึงปี 2547 ซึ่งญาติของผู้บริจาคไม่เคยฟ้องร้องมาก่อน จึงอยากให้หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องมาคุ้มกันความปลอดภัย เพราะหวั่นว่าจะได้รับอันตราย

และเมื่อช่วงเย็นวานนี้ สำนักงานที่ดินจังหวัดขอนแก่น และทางวัด ตั้งโต๊ะชี้แจงโดยระบุว่า ปี 2533 เจ้าของที่ดิน ได้ยกที่ดินตามโฉนดกว่า 21 ไร่ให้วัด เพื่อใช้สร้างวัด และการยกให้มีผลสมบูรณ์ตามกฎหมาย

ต่อมาปี 2535 เจ้าของที่ดินเสียชีวิต ทำให้ภรรยาเข้ามาเป็นผู้จัดการมรดก และฟ้องร้องเอาที่ดินอีกส่วนที่ติดกับที่ดินบริจาค โดยเป็นที่ ส.ค.1 แจ้งการครอบครองที่ดิน อีกส่วนประมาณ 5 ไร่ เนื่องจากมีคณะแม่ชีเข้ามาใช้ที่ดิน แต่ศาลก็ยกฟ้อง เพราะไม่มีการครอบครองทำประโยชน์

ซึ่งระหว่างที่ขึ้นศาลในปี 2544 ภรรยาเคยยอมรับกับศาลไว้ว่า "สามีได้ยกที่ดิน 21 ไร่ให้วัด" ถ้อยคำนี้ จึงกลายเป็นหลักฐานสำคัญ

จบจากรุ่นพ่อแม่ มาต่อรุ่นทายาท คือลูกมาเป็นผู้จัดการมรดกต่อ และเกิดข้อพิพาทเรื่องที่ดินอีกครั้ง โดยมีการรังวัดที่ดินกันใหม่ เนื่องจากมูลค่าปัจจุบัน อยู่ที่ 77 ล้านบาท ทั้งส่วนที่พ่อบริจาคให้วัด และส่วนที่แม่เคยต่อสู้มาก่อน และบางส่วนทับซ้อนกับพื้นที่ของเทศบาล จึงทำให้มีการต่อสู้ทางกฎหมายเกิดขึ้น

ฝ่ายทายาทอ้างว่าที่ดินบางส่วนเป็นสินสมรส แม้ว่าพ่อจะยกให้วัด แต่ต้องการให้พิจารณาสิทธิของแม่ด้วย รวมถึงมีการขอให้รังวัด และออกโฉนดในส่วนที่เคยเป็น ส.ค.1

บทสรุปเรื่องนี้ ซึ่งเป็นคดีฟ้องร้องมานาน ก่อนจะนำมาสู่การปิดทางเข้า-ออกวัด และพาชายฉกรรจ์ มาติดป้ายสั่งให้วัดย้ายออก โดยคำพิพากษาศาลชั้นต้น และชั้นอุทธรณ์ ยกฟ้อง เนื่องจากในปี 2544 ผู้เป็นแม่เคยยอมรับกับศาลไว้ว่า "สามีได้ยกที่ดิน 21 ไร่ให้วัด" เบื้องต้น ทางทายาทกำลังยื่นฎีกา เพื่อขอให้พิจารณาต่อไป

ด้านตัวแทน สำนักพระพุทธศาสนาจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า ตามทะเบียนของสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ วัดป่าอดุลยาราม เป็นวัดราษฎร์ สังกัดคณะสงฆ์ธรรมยุติกนิกาย มีทะเบียน มีรหัสวัดชัดเจน ดังนั้น จึงเป็นวัดที่จัดตั้งขึ้นโดยถูกต้องตามกฎหมาย และมีสภาพเป็นนิติบุคคล

ขณะที่ ตำรวจยืนยันว่า กรรมสิทธิ์ในที่ดินเป็นเรื่องของศาล แต่ปัจจุบันวัดยังเป็นผู้ครอบครอง และใช้ประโยชน์ได้ หากมีบุคคลเข้ามาปิดทางหรือรบกวนการครอบครอง อาจเข้าข่ายความผิดฐานบุกรุก

ส่วนเหตุปิดทางวัดเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม ตำรวจอยู่ระหว่างตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด เพื่อระบุตัวผู้เกี่ยวข้องและดำเนินการตามกฎหมาย พร้อมสั่งให้รื้อป้ายที่ทายาทนำมาติดก่อนหน้านี้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง