สนามข่าว 7 สี - นายกฯ สั่งการ ครม. ยกระดับคุมเข้มอาวุธปืน สั่งระงับปืนสวัสดิการ และพักออกใบอนุญาตซื้ออาวุธปืนทั่วประเทศ พร้อมเร่งแก้ พ.ร.บ.อาวุธปืน
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงมาตรการควบคุมอาวุธปืนว่า ได้สั่งการในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ให้นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เร่งร่าง พ.ร.บ.อาวุธปืน ขึ้นมาใหม่ โดยมีข้อสั่งการห้ามต่อใบอนุญาตอาวุธปืน จนกว่าจะมีมติ ครม. เป็นอย่างอื่น
ช่วงนี้ฝ่ายปกครอง และตำรวจ จะตั้งด่านตรวจค้นเน้นไปที่อาวุธปืน และยาเสพติด เป็นหลัก หากถูกจับกุม จะคัดค้านการประกันตัว
กรณีเป็นปืนมีใบอนุญาต ต้องเก็บไว้ที่บ้านอย่างเดียว ห้ามพกพาออกจากบ้าน หลังจากนี้เตรียมสุ่มตรวจคนใกล้ชิด และคนติดตามรัฐมนตรี ที่ห้ามพกปืนเช่นกัน
นายอนุทิน ยอมรับว่า ส่วนตัวเคยมีปืน แต่หายไปแล้ว และตนก็ไปแจ้งความไว้ ส่วนกรณีที่ภรรยา มีปืนในครอบครองนั้น นายกฯ กล่าวติดตลกว่า ไม่ทราบว่าภรรยาครอบครองอาวุธปืน แต่ถ้ากังวล ก็กังวลตัวเองเนี่ยแหละ
ด้าน นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี มีข้อสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ยกระดับมาตรการควบคุมอาวุธปืน เพื่อจัดการการครอบครองปืนผิดกฎหมาย และปืนเถื่อน
ในระยะเร่งด่วน จะระงับโครงการปืนสวัสดิการใหม่ จนกว่าจะมีมติ ครม. เป็นอย่างอื่น และจะระงับการออกใบอนุญาตให้ซื้ออาวุธปืน หรือ ป.3 โดยสั่งตรวจสอบใบ ป.3 ทั่วประเทศ พร้อมรายงานกระทรวงมหาดไทยภายใน 30 วัน รวมทั้งเร่งปราบปรามอาวุธปืนผิดกฎหมาย หากพบผู้กระทำผิดให้ดำเนินคดีอย่างเข้มงวด
ส่วนมาตรการระยะยาว คือ เร่งปรับปรุงกฎหมายอาวุธปืนให้ทันสมัย โดยให้เสนอร่างกฎหมาย ภายใน 60 วัน
ขณะที่ ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี มีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงศึกษาธิการเสนอให้ยกระดับการดูแลความปลอดภัยในสถานศึกษาเป็นวาระแห่งชาติ
โดยกระทรวงศึกษาธิการได้ออกประกาศ 7 มาตรการความปลอดภัยของสถานศึกษา กำหนดให้สถานศึกษาเป็นเขตพื้นที่ปลอดภัย พร้อมจัดตั้งศูนย์พิทักษ์สิทธิ เสรีภาพ และความปลอดภัยประจำสถานศึกษา จัดทำและซักซ้อมแผนเผชิญเหตุฉุกเฉิน และบูรณาการการทำงานกับตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
หัวใจสำคัญ คือ ป้องกันความเสี่ยงตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุ ด้วยการตรวจค้น และคัดกรองอาวุธ สิ่งผิดกฎหมาย และสิ่งของอันตรายก่อนเข้าสถานศึกษาอย่างเคร่งครัด ควบคู่กับการจัดระบบดูแลสุขภาพจิต เพื่อให้มาตรการความปลอดภัยครอบคลุมทั้งร่างกายและจิตใจของนักเรียน ครู และบุคลากร
สำหรับ 7 มาตรการ ประกอบด้วย
1. จัดตั้งศูนย์พิทักษ์สิทธิเสรีภาพ และความปลอดภัยในสถานศึกษาศึกษา
2. ให้มีแผนมาตรการรักษาความปลอดภัย ภายในบริเวณพื้นที่ของสถานศึกษา ซักซ้อมแผนเผชิญเหตุการณ์ฉุกเฉิน
3. ให้มีระบบดูแล คัดกรอง ช่วยเหลือด้านสุขภาพ และการพัฒนาครูแนะแนว
4. ให้มีการบูรณาการความปลอดภัยของสถานศึกษา ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
5. ให้มีการเปิดพื้นที่สถานสถานศึกษา ให้ผู้ปกครองเข้ามามีส่วนร่วมสังเกตการณ์
6. ให้มีการสร้างความตระหนักรู้ และการเสริมสร้างสัมพันธภาพที่ดีภายในสถานศึกษา
7. ให้สถานศึกษาเป็นเขตพื้นที่ปลอดภัย โดยบุคคลที่จะต้องเข้าไปภายในสถานศึกษาไม่ว่าจะเป็นนักเรียน, ครู, บุคลากรสถานศึกษา หรือผู้ปกครอง จะต้องลงทะเบียน และเปิดเผยสัมภาระ หรือสิ่งของที่ได้นำติดตัวมาให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ หากฝ่าฝืนนักเรียนจะต้องเข้าห้องปกครอง ส่วนบุคคลภายนอกห้ามเข้าภายในสถานที่โดยเด็ดขาด