ห้องข่าวภาคเที่ยง - ทีแรกไม่รู้ว่าไปมีเรื่องทะเลาะอะไรกัน ถึงทำให้คนที่สวมชุดเจ้าหน้าที่กู้ภัยเข้าไปทำร้ายคนขับรถแท็กซี่ หน้าช่องจำหน่ายตั๋วโดยสาร สถานี MRT สรุปแล้วชนวนเหตุมาจากเรื่องการขับรถปาดหน้า แต่ถึงขั้นต้องทำกันขนาดนี้เลย หรือ ไปดูภาพกัน
คลิปนี้เพิ่งแชร์กันในโซเชียลฯ เมื่อไม่นานมานี้ แต่จริง ๆ แล้วเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นตั้งแต่คืนวันที่ 20 กรกฎาคมที่ผ่านมา ชนวนเหตุอย่างที่บอก มาจากเรื่องการขับรถปาดหน้ากัน โดยคนขับรถแท็กซี่ ที่ไปมีเรื่องกับเจ้าหน้าที่กู้ภัย เข้าแจ้งความกับตำรวจ สน.บางขุนนนท์ บอกว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นช่วงใกล้ ๆ 20.00 น. ตอนนั้นรับผู้โดยสารไปส่งที่ปากซอยจรัญสนิทวงศ์ 28 พอส่งเสร็จก็กำลังจะไปรับผู้โดยสารต่อ ขับรถจนมาถึงแยกไฟฉาย ก็มีรถจักรยานยนต์ขี่ตามหลังมา บอกว่า เขาไปขับรถปาดหน้า จากนั้นก็เริ่มมีปากเสียงกัน แล้วอีกฝ่ายก็ชักมีดออกมาข่มขู่
จากนั้นพอขับรถออกจากแยกไปถึงจุดรอรับผู้โดยสาร ปรากฎฝั่งคู่กรณีก็ขี่รถตามมา พยายามกระชากประตูฝั่งคนขับ ก่อนจะใช้ด้ามมีดทุบกระจกจนแตกเป็นรูจนครบทุกบาน ระหว่างนั้นก็ได้โทรคุยกับเจ้าของอู่รถ ก็บอกให้ โทรแจ้ง 191 และถ่ายรูปคนที่ก่อเหตุไว้ แต่ก็ยังไม่กล้าลงจากรถ
ระหว่างนั้นฝั่งคู่กรณี ก็เริ่มตามพรรคพวกมาหลายคน ตนเองจึงตัดสินใจหนีแล้ววิ่งขึ้นไปหลบบนสถานีรถไฟฟ้า MRT ไฟฉาย ก่อนจะมีตำรวจโทรมาบอกว่า กำลังส่งตำรวจสายตรวจไปช่วยเหลือ ให้หาที่ปลอดภัยหลบก่อน จนมาเกิดเหตุการณ์แบบที่เห็นในคลิป ก่อนที่จะมีตำรวจมาระงับเหตุ เบื้องต้นความเสียหายที่เกิดขึ้นรอบคัน ทางอู่ซ่อมรถ ประเมินความเสียหายอยู่ที่ประมาณ 17,000 บาท ส่วนอาการบาดเจ็บพบว่า ซี่โครง จมูก โหนกแก้มหัก ได้เข้ารับการรักษาอาการบาดเจ็บแล้ว
สอบถามเรื่องนี้กับ พันตำรวจเอก อุเทน ตั้งพิทักษ์เสมอ ผู้กำกับการ สน.บางขุนนนท์ บอกว่า คู่กรณีทั้งสองฝ่ายได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน ฝั่งอาสาสมัครกู้ภัย แจ้งความข้อหาขับรถเฉี่ยวชนแล้วหลบหนี ส่วนคนขับแท็กซี่ก็แจ้งความดำเนินคดีข้อหาเดียวกัน เบื้องต้นนัดทั้งสองฝ่ายมาเจรจา แต่ไม่สามารถตกลงกันได้ เพราะฝ่ายคนขับแท็กซี่ อ้างว่าถูกทำร้ายจนบาดเจ็บสาหัส ส่วนฝั่งคู่กรณีก็อ้างว่า ถูกอีกฝ่ายทำร้ายก่อน พนักงานสอบสวนจึงต้องรอผลการตรวจร่างกายจากแพทย์ และรวบรวมพยานหลักฐานต่าง ๆ มาประกอบการพิจารณาแจ้งข้อหา ยืนยันไม่ได้ทำงานล่าช้า และพร้อมให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย
สอบถามเรื่องนี้กับ มูลนิธิกู้ภัยต้นสังกัดของฝั่งผู้ก่อเหตุ บอกว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นนอกเวลาปฏิบัติงาน จึงต้องถือเป็นการทะเลาะวิวาทส่วนบุคคล ตอนนี้ได้สั่งพักงานหยุดปฎิบัติหน้าที่อาสากู้ภัยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่วนตัวรู้สึกสงสาร โชเฟอร์แท็กซี่ เพราะเป็นคนหาเช้ากินค่ำ ต้องใช้รถในการประกอบอาชีพ ข้อเท็จจริงและรายละเอียดทั้งหมด ต้องขอให้รอการสอบสวนของตำรวจต่อไป