ห้องข่าวภาคเที่ยง - เมื่อวานนี้ที่ประชุม ครม. นายกฯ ได้สั่งการให้ยกระดับคุมเข้มอาวุธปืน ทั้งระงับปืนสวัสดิการ หรือว่า พักการออกใบอนุญาต ป.3 พร้อมห้ามพกพา หรือว่า ห้ามนำออกจากบ้านแบบ 100% และยังบอกเลยว่า ยิงโจรในบ้านก็ไม่ได้ จนเป็นดรามาเกิดขึ้น ซึ่งเช้าวันนี้นายกฯ ได้ชี้แจงแล้ว ยืนยันเจตนารมณ์ ไม่อยากให้ใครอยู่ใกล้ปืน
นายกฯ ลั่นไม่มีใครพกพาอาวุธปืนได้แล้ว
เช้าวันนี้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ย้ำเรื่องการพกพาอาวุธปืนว่า ได้สั่งการในที่ประชุม สส.ภูมิใจไทย เมื่อวานนี้ไปแล้วว่า ห้ามพกพาอาวุธปืน เพราะไม่มีใบอนุญาตพกพาปืนอีกแล้วในประเทศไทย ใบอนุญาตทุกใบในประเทศ ขณะนี้หมดอายุไปหมดแล้ว และ ครม. ยังได้เห็นชอบให้มีการพักการขอใบอนุญาตซื้อปืน หรือว่า ใบ ป.3 จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง นายกฯ ยังย้ำด้วยว่า เรื่องนี้ต้องจัดระเบียบ เพราะปืนเมืองไทยขณะนี้มีกว่า 10 ล้านกระบอก แบบนี้ไม่ไหว ประชากรมี 70 ล้านคนเอง”
นายกฯ แจงดรามา ยิงโจรในบ้านก็ผิด
ส่วนที่เมื่อวานนี้ มีดรามากรณีพูดว่า "ยิงโจรในบ้านก็มีความผิด" นายกฯ ยืนยันว่า ไม่มีการเข้าใจผิด เพราะหลักที่สำคัญคือ พยายามที่จะให้ทุกคนคิดว่า อาวุธปืนไม่มีประโยชน์ต่อใคร หากถูกใช้เมื่อไร ไม่ว่าจะเหตุสุดวิสัย ก็ต้องไปพิสูจน์ในศาลฯ เพราะตามขั้นตอนต้องถูกตั้งข้อหาก่อน ยืนยันสิ่งที่สื่อสารออกไป มีจุดประสงค์ และเจตนารมณ์ไม่อยากให้ทุกคนอยู่ใกล้อาวุธปืน
เล็งออกกฎกระทรวงฯ คุมเข้มอาวุธปืน
ขณะที่มาตรการแก้ไขปัญหาระยะยาวก็คือ การแก้ไขกฎหมาย พ.ร.บ.อาวุธปืน พ.ศ.2490 ซึ่งเรื่องนี้นายกฯ ได้มอบหมายให้นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย เป็นผู้ดูแล โดยให้เสนอร่างกฎหมายใหม่ให้ได้ ภายใน 60 วัน ซึ่งนายปกรณ์ ก็เตรียมหารือกับกรมการปกครอง และคณะกรรมการกฤษฎีกา รวมถึงรับฟังความเห็น ซึ่งกฎหมายปัจจุบันใช้มาหลายสิบปีแล้ว และสถานการณ์ต่าง ๆ ได้เปลี่ยนไป และต้องปิดช่องโหว่ทางกฎหมายให้หมด ทั้งนี้ระหว่างรอกฎหมายใหม่ ก็อาจจะมีแนวทางการออกประกาศกฎกระทรวง มาบังคับใช้ชั่วคราวก่อน
ในขณะที่นายกฯ สั่งคุมเข้มอาวุธปืน ก็มีคนตั้งคำถามว่า นักการเมืองถือเป็นบุคคลที่มีอาวุธปืนกันหลายคน อย่างนายอนาลโย กอสกุล ผู้เชี่ยวชาญด้านอาวุธและความมั่นคง ก็ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลที่น่าสนใจว่า มีแกนนำของพรรคภูมิใจไทย และคนใกล้ตัวนายกฯ ก็มีอาวุธปืนไว้ครอบครอง ซึ่งได้แจ้งบัญชีทรัพย์สินไว้กับ ป.ป.ช. ไม่ว่าจะเป็น นางธนนนท์ ชาญวีรกูล ภรรยานายกรัฐมนตรี มี 1 กระบอก, นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มี 12 กระบอก, นายชาดา ไทยเศรษฐ์ สส.อุทัยธานี มี 23 กระบอก อนุชา สะสมทรัพย์ สส.นครปฐม 40 กระบอก พาณุวัฒณ์ สะสมทรัพย์ สส.นครปฐม 15 กระบอก ถิรเดช ตั้งมั่นก่อกิจ สส.กระบี่ 13 กระบอก
นายอนาลโย จึงขอให้นายกฯ หากจะแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ ต้องเริ่มจากตัวเองก่อน ด้วยการให้บุคคลากรพรรคภูมิใจไทยทุกคน ส่งมอบปืนให้รัฐ และสั่งห้ามนักการเมือง รวมถึงผู้ติดตาม ต้องห้ามพกพาอาวุธปืน และตรวจสอบใบอนุญาตอย่างเข้มข้น
นายกฯ เตือนลูกพรรค หากครอบครองอาวุธปืน
โดยนายอนุทิน บอกว่า กรณีที่ลูกพรรคภูมิใจไทยหลายคนสะสมปืน ถือเป็นเรื่องส่วนตัว และได้ชี้แจงบัญชีทรัพย์สิน-หนี้สิน ต่อ ป.ป.ช. แต่ตนเองก็ได้เน้นย้ำ โดยเฉพาะผู้ที่มีตำแหน่งทางการเมือง ไม่ใช่แค่เฉพาะ สส. ถ้าเกิดมีปัญหา เรื่องการพกอาวุธปืนขึ้นมาก็ผิดกฎหมาย และอาจถูกตีความเรื่องจริยธรรม ซึ่งจะส่งผลต่ออนาคตทางการเมือง ดังนั้นสิ่งดีที่สุดคือ ผู้แทนของปวงชนชาวไทย ต้องทำเป็นตัวอย่างให้กับประชาชน
สุชาติ รับมีอาวุธปืนที่สะสมมาตั้งแต่อดีต
ด้านนายสุชาติ ชมกลิ่น ยอมรับว่า ตนเองมีอาวุธปืนไว้ครอบครอง ซึ่งเป็นการสะสมมาตั้งแต่อดีต และเคยเป็นนักกีฬา แต่ว่า ส่วนตัวไม่ได้พกพาอาวุธปืนอยู่แล้ว ไม่กังวลใจ หากต้องไปไหนมาไหน เพราะเราไม่ได้ทําร้ายใคร แต่หากจะมีคนมาทําร้ายเราจริง ก็ถือเป็นความโชคร้ายของเราไป