นายกฯ ย้ำกฎหมาย ทุกคนพกพาอาวุธปืนไม่ได้

View icon 16
วันที่ 12 ส.ค. 2569 | 16.03 น.
ข่าวเย็นประเด็นร้อน
แชร์
ข่าวเย็นประเด็นร้อน - นายกฯ เดินหน้าคุมเข้มอาวุธปืน และเร่งแก้ไขกฎหมาย พร้อมบอกว่า ตอนนี้ไม่มีใครสามารถพกพาอาวุธปืนได้แล้ว เพราะไม่มีใครได้รับใบอนุญาต แต่กลับกัน มีการเปิดเผยข้อมูลว่า แกนนำพรรคภูมิใจไทยหลายคนมีอาวุธปืนครอบครองหลายกระบอก

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ย้ำเรื่องการพกพาอาวุธปืนว่า ปัจจุบันนี้ไม่มีใครสามารถพกพาอาวุธปืนได้แล้ว ยกเว้นเจ้าหน้าที่รัฐ เพราะใบอนุญาตพกพาอาวุธปืนทุกใบในประเทศไทย หมดอายุไปหมดแล้ว พร้อมย้ำด้วยว่า เรื่องนี้ต้องจัดระเบียบ เพราะพบว่าเมืองไทยมีอาวุธปืนกว่า 10 ล้านกระบอก นายกฯ บอกว่า แบบนี้ไม่ไหว เพราะไทยประชากรมี 70 ล้านคนเอง

ด้าน นายสุชาติ ชมกลิ่น ยอมรับว่าตนเองมีอาวุธปืนไว้ครอบครอง ซึ่งเป็นการสะสมมาตั้งแต่อดีต และเคยเป็นนักกีฬา แต่ว่าส่วนตัวไม่ได้พกพาอาวุธปืนอยู่แล้ว ไม่กังวลใจ หากต้องไปไหนมาไหน เพราะเราไม่ได้ทําร้ายใคร แต่หากจะมีคนมาทําร้ายเราจริง ก็ถือเป็นความโชคร้ายของเราไป

ขณะที่ นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย ก็เตรียมหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่างแก้ไขกฎหมาย พ.ร.บ.อาวุธปืนใหม่ เนื่องจากกฎหมายเดิมใช้มาหลายสิบปีแล้ว ต้องมีการคุมเข้ม เพราะว่า "ปืน" ไม่ใช่ "ปากกา"

ขณะที่ อธิบดีกรมการปกครอง ทำหนังสือด่วนถึงปลัดจังหวัดทั่วประเทศ กำชับให้นายทะเบียนท้องถิ่นทุกแห่ง ดำเนินการยกระดับมาตรการควบคุมอาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืนให้มีประสิทธิภาพ ครอบคลุมตั้งแต่การอนุญาต การซื้อขาย การครอบครอง ไปจนถึงการปราบปรามอาวุธปืนผิดกฎหมาย

ด้าน นายอนาลโย กอสกุล ผู้เชี่ยวชาญด้านอาวุธและความมั่นคง เปิดเผยข้อมูลว่า มีแกนนำของพรรคภูมิใจไทย และคนใกล้ตัวนายกฯ ก็มีอาวุธปืนไว้ครอบครองหลายคน จากข้อมูลที่ได้แจ้งบัญชีทรัพย์สินไว้กับ ป.ป.ช. ไม่ว่าจะเป็น นางธนนนท์ ชาญวีรกูล ภรรยานายกฯ มี 1 กระบอก, นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มี 12 กระบอก, นายชาดา ไทยเศรษฐ์ สส.อุทัยธานี มี 23 กระบอก เป็นต้น

นายอนาลโย มองว่า เรื่องนี้คนในพรรคภูมิใจไทย ต้องทำเป็นตัวอย่างด้วยการลดจำนวนการครอบครองอาวุธปืน เพราะหากไปดูที่ สส.ยื่นบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช. บางคนมีถึง 30-40 กระบอก ซึ่งมากเกินความจำเป็นเกินไป มองว่าควรมีสัก 2-3 กระบอกก็เพียงพอแล้ว อย่างไรก็ตามอยากจะฝากไปยังนายกฯ ว่าอย่าแก้ปัญหาด้วยการคุมเข้มปืนที่ถูกกฎหมายอย่างเดียว ต้องเร่งแก้เรื่องปืนเถื่อนด้วย