สนามข่าว 7 สี - ตามกันต่อกับปมดรามา ที่ดินสร้างวัดป่าอดุลยาราม เนื้อที่ 21 ไร่ โดยทายาทของ "นายเฮียง" ปรากฏตัว พร้อมซัดกลับศาลไม่มีสิทธิ์ยกที่ดินให้ใคร หากเจ้าของไม่ยินยอม พร้อมมองว่าวัดนี้มีไอ้โม่งอยู่เบื้องหลัง ใช้สอยที่ดินในทางมิชอบ
ปมดรามา ที่ดินมรดก ยกให้วัด มีหลักฐานเป็นรูปถ่ายของ นายเฮียง บริจาคที่ดิน 21 ไร่ สร้างวัดป่าอดุลยาราม ริมถนนกัลปพฤกษ์ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองขอนแก่น และอีก 5 ไร่ เป็นที่ดิน ส.ค.1 ยกให้แม่ชีไว้ปฏิบัติธรรม
แต่ยังไม่ทันโอนกรรมสิทธิ์ นายเฮียง ผู้เป็นเจ้าของได้เสียชีวิตไปก่อน หลังจากนั้นภรรยาขึ้นมาทำหน้าที่ผู้จัดการมรดก และฟ้องต่อศาล ขอทวงคืนที่ดินของสามี 5 ไร่ ที่เคยยกให้แม่ชี แต่ศาลยกฟ้อง และในครั้งนั้น ภรรยานายเฮียงได้ยอมรับต่อศาลว่า สามีได้ยกที่ดิน 21 ไร่ให้วัด ถ้อยคำนี้จึงกลายเป็นหลักฐานสำคัญทางคดี
มาถึงรุ่นหลาน คือ คุณดา ทายาทประกาศทวงคืนที่ดินทั้งหมด 21 ไร่ และ 5 ไร่ โดยนำท่อระบายน้ำมาตั้งขวาง และเทปูนหน้าทางเข้าวัด พร้อมติดป้ายข้อความ ห้ามใครบุกรุก และให้ย้ายออกภายใน 15 วัน
วานนี้ คุณดา หลานของนายเฮียง ปรากฏตัวต่อสื่อมวลชน มาพร้อมโฉนดที่ดินเลขที่ 61945 ยืนยันว่า เอกสารดังกล่าวยังระบุชื่อนายเฮียงเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ และครอบครัวยืนยันสิทธิในที่ดินผืนนี้
คุณดา ระบุว่า เดิมทีที่ดินมรดกเป็นผืนใหญ่ 42 ไร่ ครอบครัวได้ตัดแบ่งพื้นที่บางส่วนให้หน่วยงานอื่นใช้สอย และเหลือพื้นที่ส่วนหนึ่ง ซึ่งเป็นที่ดินข้อพิพาทในปัจจุบัน เป็นที่ตั้งวัดป่าอดุลยารามมานานกว่า 30 ปี ที่ผ่านมาเธอพยายามยื่นฟ้องต่อศาลเพื่อทวงคืนที่ดินมรดก แต่ก็แพ้คดี ซึ่งตอนนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา
เธอตั้งข้อสังเกต กี่ยวกับเอกสารบางฉบับ ที่เกี่ยวข้องกับการอ้างสิทธิในที่ดิน พร้อมเรียกร้องให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียด โดยเฉพาะประวัติการถือครองที่ดิน และที่มาของเอกสารต่าง ๆ ที่ทางวัดมีอยู่
ส่วนกรณีการนำท่อปูนไปปิดทางเข้าออกวัด เธอยืนยันว่าไม่ได้ต้องการทำร้ายหรือรังแกพระสงฆ์ และไม่ได้มีเจตนาทำลายวัด แต่เป็นการดำเนินการเพื่อรักษาสิทธิในทรัพย์สินที่ครอบครัวเชื่อว่าเป็นกรรมสิทธิ์ของตน
พร้อมยืนยันว่า หากฝ่ายวัดหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีข้อโต้แย้งเรื่องกรรมสิทธิ์ ก็พร้อมเข้าสู่กระบวนการศาล เพื่อให้พิสูจน์กันด้วยข้อเท็จจริงและเอกสารตามกฎหมาย
ประเด็นสุดท้าย เธอสงสัยว่า อาจมีบุคคลอื่นอยู่เบื้องหลังการอ้างสิทธิในที่ดินของครอบครัว แต่ประเด็นนี้ยังเป็นเพียงข้อกล่าวอ้างที่ต้องมีการตรวจสอบหลักฐาน
เรื่องนี้ ทนายความทั้ง 2 ฝ่าย เห็นตรงกันว่า หากมีข้อพิพาทควรนำเอกสารและพยานหลักฐานเข้าสู่ศาล ไม่ควรใช้วิธีปิดกั้นพื้นที่ หรือดำเนินการด้วยตนเอง
ขณะที่ตำรวจอยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐาน และตรวจสอบผู้เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป