สนามข่าว 7 สี - ต้องนำมาย้ำเตือนกันบ่อย ๆ หากได้รับโทรศัพท์ว่า บัญชีธนาคารพัวพันเรื่องฟอกเงิน อย่าไปหลงเชื่อเปิดทางให้คนร้าย หากกลัวให้ไปธนาคาร ไปโรงพัก ขอคำปรึกษาเจ้าหน้าที่ ล่าสุด ข้าราชการเกษียณ เป็นเหยื่อแก๊งคอลเซนเตอร์ สูญเงินกว่า 800,000 บาท
หญิงอายุ 61 ปี ข้าราชการเกษียณ นำหลักฐานเข้าพบ พันตำรวจเอก สถิตชัย นิตยวัน ผู้กำกับการ สภ.สันทราย เพื่อติดต่อรับเงินกว่า 800,000 บาท คืน อ้างว่าได้โอนเงินไปให้ผู้กำกับการ สภ.เมืองน่าน ตรวจสอบ พัวพันคดีฟอกเงิน ปลายทางนัดให้มารับคืนกับ ผู้กำกับการ สภ.สันทราย ก่อนจะทราบความจริงแล้วว่าถูกมิจฉาชีพหลอก
ผู้เสียหาย เล่าว่า 21 กรกฎาคม ได้รับโทรศัพท์สอบถามว่า เธอเปิดบัญชีธนาคารที่ จังหวัดน่าน หรือไม่ เธอปฏิเสธบอกว่าไม่เคยเดินทางไปที่นั่น ปลายสายแนะนำให้เธอไปแจ้งความที่ สภ.เมืองน่าน แต่เธอไม่สะดวก ปลายสายออกอุบายว่าแจ้งความออนไลน์ได้ ดึงเธอเข้ากลุ่มไลน์ สภ.น่าน ให้ส่งสำเนาบัตรประชาชน สมุดบัญชี โฉนดที่ดิน เอกสารการหย่า และ สมุดบัญชีสหกรณ์ ไปตรวจสอบ
วันต่อมา มิจฉาชีพหลอกให้โอนเงินไปค้ำประกันเอกสารหลายครั้ง จนไม่มีเงินโอน ถูกหลอกให้นำที่ดินไปจำนอง นัดหมายนายหน้าที่ดินจัดการให้เรียบร้อย เมื่อเธอได้รับเงินสดมา 600,000 บาท มิจฉาชีพส่งข้อความหา ว่าจะมีตำรวจ ปปง. มารับเงินสดไปตรวจสอบ ให้ถ่ายรูปบ้าน ส่งโลเคชันให้ จากนั้นก็มีคนรับเงิน 640,000 บาทไป
วันต่อมา มิจฉาชีพโทร.หาผู้เสียหายอ้างยอดเงินไม่ครบ ขอเพิ่ม 100,000 บาท ผู้เสียหายยืมเพื่อนบ้านโอนให้ไป 88,000 บาท จากนั้นขอเพิ่มอีก 200,000 บาท เพื่อค้ำประกันเงินเก่า ผู้เสียหายนั่งรถทัวร์ไปกู้เงินสหกรณ์ โอนให้มิจฉาชีพ 100,000 บาท ถูกขู่ไม่ให้นำเรื่องนี้ไปบอกใคร มิเช่นนั้นจะไม่ได้เงินคืน
ผู้เสียหายพยายามทวงถามเงินคืนตลอด มิจฉาชีพสร้างความเชื่อใจ วิดีโอคอลมาพูดคุย โอนเงินคืนให้ 150,000 บาท ไม่นานก็ให้โอนไปตรวจสอบต่อ จากนั้นก็หลอกให้มารับเงินคืนจาก ผู้กำกับ สภ.สันทราย เมื่อมาถึงโรงพักก็บล็อกไลน์ จึงรู้ว่าโดนหลอก ผู้กำกับฯ จึงแนะนำให้แจ้งความ พร้อมฝากเตือนเรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์
อีกเหตุการณ์ ตำรวจสอบสวนกลาง นำหมายศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานีแสดงตัวจับกุม น.ส.อาย อายุ 23 ปี ที่สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ ในข้อหาสนับสนุนการฉ้อโกง นำข้อมูลเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ฯ ยินยอมให้ผู้อื่นใช้บัญชีธนาคารหรือบัญชีอิเล็กทรอนิกส์ฯ
หลังเมื่อปลายปี 2568 ผู้เสียหายถูกมิจฉาชีพชักชวนให้เปิดวงเงินเครดิต สมัครสมาชิกขายสินค้า หลอกให้โอนเงินเข้าบัญชีผู้ต้องหา นำไปลงทุนแรก ๆ ได้ค่าตอบแทนจริง แต่พอโอนไปลงทุนเพิ่ม ถอนเงินคืน เชื่อว่าถูกหลอกลวง จึงเข้าแจ้งความได้รับความเสียหายกว่า 360,000 บาท
น.ส.อาย ให้การปฏิเสธทุกข้อหา ให้การอ้างว่า ช่วงต้นปี 2568 เธอดาวน์โหลดแอปฯ สินเชื่อเงินกู้ จากนั้นสมัครกู้เงินออนไลน์เกือบ 10 แอปฯ มีการกรอกข้อมูลส่วนตัว ส่งสำเนาเอกสารบัตรประชาชนหน้า-หลัง ข้อมูลเฟซบุ๊ก ไลน์ สแกนใบหน้า และส่งเลขบัญชีธนาคารให้ทางแอปฯ แต่ก็กู้ไม่ผ่าน จึงเชื่อว่าถูกมิจฉาชีพนำข้อมูลไปใช้ทำผิดกฎหมาย
ตำรวจได้นำตัวผู้ต้องหาไปบันทึกจับกุมก่อนส่งให้ตำรวจ สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี ดำเนินการ พร้อมฝากเตือนประชาชน กลลวงมิจฉาชีพมักจะชักชวนลงทุน ขายของ อ้างจะได้ค่าตอบแทนสูง แรก ๆ จะได้เงินจริงเพื่อให้ตายใจ แต่หลัง ๆ ก็จะมีเงื่อนไขให้โอนเงินไปปลดล็อกบ้าง ค้ำประกันบ้าง หากเจอเหตุการณ์ลักษณะนี้ให้หยุดโอนเงินทันที จากนั้นให้ไปพบตำรวจ ป้องกันความเสียหายเพิ่มเติม
ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ เผยคนไทยใจซื่อ ตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพออนไลน์รายวัน ช่วง 4 เดือนแรกของปี 2569 มีการแจ้งความออนไลน์ 120,000 คดี ความเสียหายรวมกว่า 7,480 ล้านบาท หรือเฉลี่ยวันละกว่า 1,000 คดี ถูกหลอกซื้อสินค้าและบริการมากที่สุดกว่า 85,000 คดี หลอกลงทุนและหลอกให้ผลประโยชน์ สร้างความเสียหายสูงสุดเกือบ 6,000 ล้านบาท ประชาชนจึงต้องเพิ่มความระมัดระวัง