โดนจับต่อหน้าแม่ในวันแม่ หลังสมัครแอปฯ กู้เงิน แล้วกลายเป็นบัญชีม้า

โดนจับต่อหน้าแม่ในวันแม่ หลังสมัครแอปฯ กู้เงิน แล้วกลายเป็นบัญชีม้า

View icon 140
วันที่ 13 ส.ค. 2569 | 09.41 น.
ข่าวภูมิภาค
แชร์
บทเรียนราคาแพง ! สาวสมัครแอปฯ กู้เงินออนไลน์  10 แอปฯ กลายเป็นบัญชีม้าให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดนจับต่อหน้าแม่ ในวันที่ 12 สิงหาคม ซึ่งเป็นวันแม่แห่งชาติ

วันที่ 12 สิงหาคม 2569 กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กก.4 บก.ปพ. ทำการจับกุม นางสาวปิยะมาศ อายุ 23 ปี ขณะอยู่กับผู้เป็นแม่ บริเวณสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ แขวงจตุจักร เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร  ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “เป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน, เป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน, เปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝากบัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตน โดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อตนหรือเพื่อกิจการที่ตนเกี่ยวข้อง ทั้งนี้โดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดอาญาอื่นใด”ตามหมายจับศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่ จ.708/2569 ลงวันที่ 9 กรกฎาคม 2569

คดีดังกล่าวสืบเนื่องจากเมื่อช่วงปลายปี 2568 ผู้เสียหายถูกกลุ่มมิจฉาชีพหลอกลวง โดยใช้วิธีการชักชวนให้ผู้เสียหายเปิดวงเงินเครดิตเพื่อสมัครสมาชิกและซื้อขายสินค้า ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อและดำเนินการตามคำแนะนำของกลุ่มมิจฉาชีพ แรกๆ ผู้เสียหายได้เงินจากการลงทุนจริง จึงทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อจนถูกหลอกให้โอนเงินไปยังบัญชีที่กำหนดและเมื่อจะถอนเงิน ไม่สามารถถอนเงินได้ ยังถูกแก๊งมิจฉาชีพให้โอนเงินเพื่อทำการถอนเงิน โดยอ้างเหตุผลต่างๆ นาๆ ต่อมาไม่สามารถติดต่อแก๊งมิจฉาชีพได้ จึงทำให้เชื่อว่าถูกหลอกลวง
จากการหลอกลวงดังกล่าว ผู้เสียหายได้โอนเงินและได้รับความเสียหายเป็นเงินทั้งสิ้น 365,175 บาท ภายหลังทราบว่าการดำเนินการดังกล่าวเป็นกลลวงของมิจฉาชีพ จึงได้เข้าร้องทุกข์ผ่านระบบแจ้งความออนไลน์ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

โดยในการจับกุม เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้ทำการสืบสวนและได้รับแจ้งจากสายลับว่านางสาวปิยะมาศ นั้นหลบหนีอยู่ทางภาคเหนือและกำลังเดินทางมายังกรุงเทพมหานคร  จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้นและสั่งการให้ทำการสืบสวนจับกุมตามอำนาจหน้าที่

ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้เดินทางไปสืบสวนหาข่าวบริเวณดังกล่าว พบบุคคลมีตำหนิรูปพรรณคล้ายผู้ต้องหาตามหมายจับ จึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยการแสดงบัตรข้าราชการตำรวจเพื่อทำการตรวจสอบ จากการตรวจสอบทราบว่าบุคคลดังกล่าวชื่อนางสาวปิยะมาศฯ  โดยนำบัตรประจำตัวประชาชนมาตรวจสอบยืนยันพบว่ามีชื่อตรงกันกับบุคคลตามหมายจับและมีตำหนิรูปพรรณตรงตามหมายจับ สอบถามผู้ต้องหายอมรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับฉบับนี้จริงและไม่เคยถูกจับในคดีนี้มาก่อน ผู้ต้องหาดูอย่างละเอียดจนทราบและเข้าใจดีแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงแจ้งข้อกล่าวหาและสิทธิตามกฎหมายให้ผู้ถูกจับกุม/ผู้ต้องหา จากนั้นได้นำตัวผู้ต้องหามายัง บก.ปพ. จัดทำบันทึกจับกุม และนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรเมืองสุราษฎร์ธานี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป 

สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้นให้การว่า เมื่อช่วงต้นปี 2568 ตนได้ดาวน์โหลดและสมัครแอปฯ สินเชื่อเงินกู้ เพื่อทำการขอกู้เงินออนไลน์ จำนวนเกือบ 10 แอปฯ โดยทางแอปฯ ได้ให้ตนทำการกรอกชื่อ นามสกุล เบอร์โทรศัพท์ ที่อยู่ และบุคคลที่สามารถติดต่อได้ ส่งเอกสารส่วนตัว สำเนาบัตรประชาชนหน้าหลัง ทำการสแกนใบหน้า พร้อมให้ส่งเลขบัญชีธนาคาร โดยแอปฯ ที่ตนสมัครไป ไม่สามารถกู้เงินได้เลย ตนจึงเชื่อว่าน่าจะโดนแก๊งมิจฉาชีพนำข้อมูลของตนไปใช้ในการกระทำผิดกฎหมายเบื้องต้นผู้ต้องหาขอให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา

ข่าวที่เกี่ยวข้อง