ห้องข่าวภาคเที่ยง - ป้าดา ทายาทนายเฮียง เปิดหน้าชนทวงคืนที่ดิน ท้าวัดป่าอดุลยาราม นำโฉนดที่ดินตัวจริงมายันกันในศาล ขณะที่ชาวบ้านหวั่นวัดถูกรื้อ อัฐิบรรพบุรุษจะถูกรื้อทิ้งด้วย
ปัญหาส่อบานปลาย หลังทายาทของนายเฮียง อดีตเจ้าของที่ดิน ที่ยกให้สร้างวัดป่าอดุลยาราม ตำบลในเมือง อำเภอเมืองขอนแก่น จำนวน 21 ไร่ ออกมาประกาศเดินหน้าทวงคืนที่ดิน และเตรียมนำรถแบ็กโฮเข้ารื้อวัด หากไม่มีการย้ายออกภายใน 15 วัน ทำให้ตำรวจ สภ.เมืองขอนแก่น ต้องจัดกำลังผลัดเปลี่ยนกันมาดูแลป้องกันเหตุรุนแรงที่อาจจะเกิดขึ้น
ซึ่งทางวัดก็ยืนยันว่าได้มาโดยถูกต้อง จากหลักฐานที่ นายเฮียง เจ้าของที่ดินเดิมทอดผ้าป่าถวายที่ดินให้วัด 21 ไร่ พร้อมเงินสดจำนวนหนึ่ง เมื่อปี 2533 ส่วนที่ดิน ส.ค.1 อีก 5 ไร่ ได้มีการยกให้แม่ชีไว้สร้างสถานที่ปฏิบัติธรรม
แต่ยังไม่ทันโอนโฉนด นายเฮียง ก็เสียชีวิตลง ก่อนที่วัดจะสร้างเสร็จ ภรรยานายเฮียง ขึ้นมาเป็นผู้จัดการมรดก ก็มาเริ่มฟ้องศาลทวงคืนที่ดิน ซึ่งศาลยกฟ้อง เนื่องจากภรรยานายเฮียงยอมรับเองว่าสามีได้ยกที่ดินให้วัด 21 ไร่
เหตุการณ์มาปะทุขึ้น เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ทายาทของนายเฮียง ส่งกลุ่มชายฉกรรจ์นำท่อระบายน้ำไปวางขวางทางเข้าวัดป่าอดุลยาราม พร้อมปิดประกาศให้วัดย้ายออกภายใน 15 วัน
เมื่อวานนี้ ป้าดา ซึ่งบอกว่าเป็นหลานสาวของนายเฮียง ได้นำโฉนดที่ดินออกมายืนยันกับสื่อมวลชนว่าที่ดินดังกล่าว ยังระบุชื่อ นายเฮียง เป็นผู้ถือครองกรรมสิทธิ์ ไม่ใช่ว่าที่ผ่านมาครอบครัวยอมจำนน แต่ได้มีการทวงคืนที่ดินผืนนี้มานานกว่า 30 ปี แต่วัดก็เพิกเฉย ตอนนี้คดีความยังอยู่ในชั้นศาลฎีกา
พร้อมกันนี้ เธอขอให้ทางวัดนำหลักฐานมายืนยันกันตรงหน้า และเธอก็พร้อมเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย แต่ทั้งนี้เธอมั่นใจว่าปัญหาที่ยืดเยื้อบานปลายมาจากบุคคลที่กลัวเสียผลประโยชน์ มาคอยชักใยอยู่เบื้องหลังเจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม
ทั้งนี้ ทนายความของทั้ง 2 ฝ่ายเห็นตรงกันว่าหากมีข้อพิพาทควรนำเอกสาร และพยานหลักฐานเข้าสู่กระบวนการของศาล ทางทายาทไม่ควรใช้วิธีปิดกั้นพื้นที่ หรือดำเนินการด้วยตนเอง
ขณะที่ตำรวจอยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐาน และตรวจสอบผู้เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
อย่างไรก็ตาม เมื่อวานนี้เจ้าหน้าที่วัดป่าอดุลยาราม ได้มีการปลดป้ายที่กลุ่มชายฉกรรจ์มาปิดห้ามบุกรุกออกไป และนำป้ายประกาศการจดแจ้งขึ้นทะเบียนวัดโดยถูกต้องตามกฎหมายมาติดไว้หน้าวัดแทน
ขณะเดียวกัน ชาวบ้านก็หวั่นว่า หากทางทายาทของนายเฮียง นำรถแบ็กโฮเข้ามารื้อวัดจริง ๆ ก็จะได้รับกระทบไปด้วย เนื่องจากหลายครอบครัวมีการนำอัฐิของญาติและบรรพบุรุษ ใส่โกฏิฝังไว้ตามกำแพงวัด อาจได้รับความเสียหาย
ด้านศาสตราจารย์ พิเศษ ธงทอง จันทรางศุ อดีตคณบดีคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก กรณีทายาททวงคืนที่ดินวัดป่าอดุลยาราม จังหวัดขอนแก่น
โดยระบุว่า คำพิพากษาฎีกาที่ 7638 / 2538 ซึ่งวางมาตรฐานเรื่องการยกที่ดิน เพื่อเป็นที่สร้างวัดว่า ทันทีที่ผู้อุทิศมีเจตนาอุทิศชัดเจน ที่ดินย่อมตกเป็นของแผ่นดินสำหรับใช้สร้างวัดตามเจตนาอุทิศนั้น
โดยไม่ต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อเจ้าพนักงาน ต่อมาเมื่อสร้างวัดแล้วเสร็จ ที่ดินแปลงนั้นจึงตกเป็นกรรมสิทธิ์ของวัดโดยสมบูรณ์
พร้อมขยายความว่า ที่ดินซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของวัดย่อมมีฐานะเป็นที่ธรณีสงฆ์ตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ ซึ่งโดยหลักแล้วจะโอนจำหน่ายที่ธรณีสงฆ์ไปเป็นของผู้อื่นได้ต้องทำแต่โดยพระราชบัญญัติเท่านั้น
ศาสตราจารย์ พิเศษ ธงทอง ยังโพสต์เฟซบุ๊กเพิ่มเติมว่า ดูข่าวเรื่องที่ดินวัดที่จังหวัดขอนแก่นแล้ว สลดใจที่บางคนนึกว่านรกเป็นชื่อของน้ำพริกเท่านั้น