เช้านี้ที่หมอชิต - ยังมีอีกหลายแง่มุมให้ติดตามเกี่ยวกับการบังคับใช้กฎหมายควบคุมอาวุธปืนในไทย โดยเมื่อวาน (13 ส.ค.) "นายกฯ อนุทิน" ถึงกับส่ายหน้า หลังจากทราบข่าวว่ามีเหตุยิงกันในงาน "ชิม ช้อป ใช้" ที่นครราชสีมา และมีผู้บาดเจ็บ 6 คน
ก็เป็นปฏิกิริยาของ "นายกฯ อนุทิน" หลังทราบข่าวเหตุยิงกันจนมีผู้บาดเจ็บเมื่อคืนวันก่อนที่อำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งอย่างที่ทราบกันดีว่า ในช่วงนี้รัฐบาลกำลังควบคุมอาวุธปืนอย่างเข้มงวด เพราะเกิดเหตุการณ์รุนแรงจากอาวุธปืนหลายครั้งในช่วงที่ผ่านมา
โดยเมื่อวาน (13 ส.ค.) "นายกฯ อนุทิน" ได้ขึ้นเวทีมอบนโยบายด้านความมั่นคงให้กับผู้ว่าฯ, นายอำเภอ, ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด ในพื้นที่ภาคกลาง และตะวันออก 25 จังหวัด รวมถึงผู้บริหารส่วนราชการต่าง ๆ
ช่วงหนึ่ง "นายกฯ อนุทิน" พูดถึงจำนวนอาวุธปืนในไทยที่มีกว่า 10 ล้านกระบอก เท่ากับประชากร 6-7 คน มีปืน 1 กระบอก พร้อมกับบอกว่า "นี่มันแดนคาวบอยไปแล้ว" จึงมอบหมายให้ข้าราชการที่เกี่ยวข้องเข้มงวดกวดขัน ไม่ต้องสนใจใครโทรเข้ามาวิ่งเต้นเรื่องคดีอาวุธปืน และเตรียมกำหนดตัวชี้วัด หากพื้นที่ใดเกิดเหตุบ่อย เท่ากับว่าไม่มีประสิทธิภาพในการทำงาน
มีข้อมูลที่น่าสนใจจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พบว่าสถิติการจับกุมอาวุธปืนตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม - 13 สิงหาคม 2569 อาวุธปืนส่วนใหญ่ที่จับกุมได้มีความเชื่อมโยงกับกลุ่มผู้ค้าและผู้เสพยาเสพติด รวมถึงการตั้งด่านสกัดจับ
ส่วนการปราบปรามอาวุธปืนเถื่อนบนโลกออนไลน์จะใช้ AI มาช่วยตรวจจับ และปิดกั้น โดยขณะนี้ได้สั่งให้ฝ่ายสืบสวนเร่งล่อซื้อ พร้อมขยายผล และหลังจากนี้ต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้นทุกกรณี
มาดูความเห็นของ สส.ฝ่ายค้านกันบ้าง นายรังสิมันต์ โรม สส.แบบบัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน บอกว่า แม้จะมีมาตรการต่าง ๆ ออกมา แต่สิ่งสำคัญ คือ จะต้องสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มสถานศึกษา หรือพื้นที่สาธารณะ
ส่วนรัฐบาลต้องดำเนินนโยบายให้ชัดเจน โดยเฉพาะหลักการสำคัญว่าตกลงแล้วต้องการให้ประชาชนถือครองอาวุธปืนหรือไม่
นายรังสิมันต์ฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า กรณีนักการเมืองที่มีปืนมากถึง 30-40 กระบอกนั้น มองว่าไม่ใช่ความจำเป็น และไม่ใช่เรื่องของการป้องกันตัวเอง
ส่วนหลังจากนี้พรรคประชาชน จะเสนอแก้ พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ หรือไม่นั้นยังอยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูล ก่อนจะพิจารณาต่อไป