สนามข่าว 7 สี - ตามต่อคดีอุกอาจสะเทือนขวัญ ที่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มือปืนที่ก่อเหตุจ่อยิงหนุ่มโรงงาน ริมถนนโรจนะ ตำรวจรู้ตัวแล้ว เป็นเพื่อนโรงงานเดียวกัน ขณะที่ล่าสุด ผู้ที่ถูกยิงเสียชีวิตแล้ว ตอนนี้ครอบครัวอยู่ในความโศกเศร้า วอนตำรวจเร่งติดตามผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี
นางสาวชุตินันท์ อายุ 25 ปี น้องสาวผู้เสียชีวิต เดินทางมารับศพ นายบัลลังค์ พี่ชายด้วยความเศร้า เปิดใจหลังเห็นภาพจากกล้องวงจรปิดขณะเกิดเหตุ รู้สึกตกใจและสะเทือนใจ มองว่าลักษณะการก่อเหตุมีความอุกอาจ และเชื่อว่าอาจเตรียมการมา
โดยนิสัยของพี่ชายเป็นคนพูดจาตรงไปตรงมา รักครอบครัว และมีลูกแล้ว 1 คน ปกติติดต่อพูดคุยกับครอบครัวทางโทรศัพท์เป็นหลัก ครั้งสุดท้ายที่ได้พูดคุยกับพี่ชาย คือ ประมาณ 2-3 วันก่อนเกิดเหตุ ก็พูดคุยตามปกติ ที่ผ่านมาไม่เคยทราบว่าพี่ชายมีปัญหากับใคร
ขณะที่ช่วงเที่ยงวานนี้ ตำรวจไปนำตัว นายตั้ม อายุ 40 ปี ชายสวมเสื้อสีแดง ซึ่งปรากฏในภาพวงจรปิด และเป็นผู้ขี่รถจักรยานยนต์พาผู้บาดเจ็บซ้อนท้าย มาสอบปากคำ
นายตั้ม ให้ข้อมูลว่า ผู้ก่อเหตุ คือ นายจันดี อายุ 45 ปี หรือ "นายเสือ" ทำงานโรงงานเดียวกันกับ นายบัลลังค์ ก่อนเกิดเหตุได้นั่งดื่มสุราด้วยกัน โดยมี นายเสือ และเพื่อน ๆ มากกว่า 3 คน ร่วมดื่มสุรากันบริเวณปากทางเข้าหมู่บ้าน ใกล้จุดเกิดเหตุ ก่อนจะเกิดปากเสียงและทะเลาะวิวาทกัน
หลังเกิดเหตุ นายตั้ม อ้างว่า ได้ขี่รถจักรยานยนต์พา นายบัลลังค์ ออกจากวงสุรา ก่อนที่ นายเสือ จะขี่รถจักรยานยนต์ติดตามมาและใช้อาวุธปืนยิงผู้บาดเจ็บ ยืนยัน ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการหลอกหรือล่อลวง นายบัลลังค์ ออกมาเพื่อให้ นายเสือ ก่อเหตุยิง
แต่ตำรวจไม่ปักใจเชื่อคำให้การ อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมติดตามบุคคลที่อยู่ในวงสุราทั้งหมดมาสอบปากคำ
ขณะที่ตำรวจพบเบาะแสเส้นทางหลบหนีของ นายเสือ โดยหนีไปซ่อนที่ขนำกลางทุ่งนา ในพื้นที่ อำเภออุทัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
ตำรวจลงพื้นที่ตรวจสอบพบหลักฐานที่ทิ้งไว้ คือ ชุดยูนิฟอร์มโรงงาน 1 ชุด คาดว่าเป็นชุดที่สวมใส่หลังก่อเหตุ ขวดสุรา 2 ขวด ที่ถูกดื่มจนหมด ร่องรอยการย่างปลาและกองไฟที่ยังคงหลงเหลืออยู่ คาดว่าใช้เป็นที่พักแรมหลังก่อเหตุ และเก็บปลอกกระสุนปืนเพิ่มเติมได้ในจุดดังกล่าว พร้อมนำปลอกกระสุนส่งตรวจพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ เพื่อเปรียบเทียบเคียงว่าเป็นอาวุธปืนชนิดเดียวกันกับที่ใช้ในวันก่อเหตุหรือไม่
นอกจากนี้ พนักงานสอบสวนได้นำตัว นายมา อายุ 67 ปี ซึ่งเป็นคนที่มาใช้ขนำแห่งนี้เพื่อตกปลาเป็นประจำ ให้ข้อมูลว่า ตนเดินทางมาที่ขนำนาเป็นประจำทุกวัน กระทั่งช่วงเช้าวานนี้ ประมาณ 06.00 น. มาถึงก็พบกองไฟ ร่องรอยการย่างปลา และชุดยูนิฟอร์มถูกถอดทิ้งไว้ แต่ตอนนั้นยังไม่รู้ว่าเป็นของ นายเสือ จนกระทั่งตำรวจมาสอบถาม โดยยอมรับว่า รู้จักกันเพราะนายเสือชอบมาตกปลาแถวนี้ประจำ แต่ยืนยันไม่ได้ให้ที่พักพิง ส่วนตัวไม่มีโทรศัพท์และไม่เล่นโซเชียลฯ จึงไม่รู้ข่าว
ล่าสุด พนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อขอศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ออกหมายจับ นายจันดี หรือ เสือ ใน 4 ข้อหาหนัก ได้แก่ พยายามฆ่าผู้อื่น มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร ยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุในเมือง หมู่บ้าน หรือที่ชุมนุมชน
ขณะนี้ ตำรวจอยู่ระหว่างกระจายกำลังเร่งไล่ล่าติดตามจับกุมตัว นายเสือ มาดำเนินคดีตามกฎหมาย ใครมีเบาะแสสามารถแจ้งมาได้