ห้องข่าวภาคเที่ยง - ตามล่ากันมาหลาย กรณีชายที่ป่วยจิตเวช แล้วไปป่วนหน้าโรงเรียน ในจังหวัดนนทบุรี ล่าสุดถูกพบตัวอยู่ในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี ก่อนถูกควบคุมตัวตัวได้ โดยชายคนดังกล่าวอ้างว่าไปเข้าร่วมรณรงค์ลดโลกร้อน
เป็นคลิปขณะเจ้าหน้าที่ เข้าจับกุมตัวชายป่วยจิตเวช หลังตามล่าตัวกันมาหลายวัน ล่าสุดจับได้แล้ว กับชายป่วยจิตเวช อายุ 34 ปี ที่ก่อนหน้านี้ ไปก่อเหตุยืนถือมีด โวยวาย ด่าทอ สร้างความตื่นตระหนกที่หน้า โรงเรียนประชารัฐบำรุง จังหวัดนนทบุรี เมื่อวันที่ 11 สิงหาคมที่ผ่านมา และหลบหนีไป
จนวานนี้ (13 ส.ค.) ตำรวจ ตรวจสอบพบตัวชายคนดังกล่าว ขี่รถจักรยานยนต์ หลบหนีไปในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี และถูกตำรวจ สภ.ปากเกร็ด และ สภ.บางบัวทอง ควบคุมตัวได้ที่โรงแรมแห่งหนึ่งม่านรูด ตำบลบางพูน อำเภอเมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี
โดยชายคนดังกล่าว เข้าไปหลบซ่อนตัวอยู่ในห้องพักของโรงแรมดังกล่าว ตำรวจจึงได้งัดเปิดช่องสำหรับส่งสิ่งของให้กับลูกค้าของโรงแรม และใช้ปืนช็อกไฟฟ้ายิงใส่ชายคนดังกล่าว ก่อนเข้าควบคุมตัวไว้ได้
จากนั้นชายคนดังกล่าว ถูกควบคุมตัว ไป สภ.บางบัวทอง จากการสอบปากคำ ชายคนดังกล่าว ที่อยู่ในอาการพูดจาไม่รู้เรื่อง อ้างว่าขี่รถจักรยานยนต์ไปบอกคนให้ช่วยกันลดโลกร้อน ส่วนเรื่องที่โรงเรียนมันเป็นทางผ่านอยู่แล้ว ก็เลยแวะเข้าไปบอกให้ช่วยกันปิดไฟลดโลกร้อน ไม่ได้มีเจตนาเข้าไปสร้างความวุ่นวาย ส่วนเรื่องที่ไปทำร้ายร่างกายคนขับรถยนต์ มาจากอีกฝ่ายใช้ไม้ตีใส่ตัวเองก่อน ส่วนที่ขี่รถจักรยานยนต์ออกจากบ้าน สาเหตุมาจากแม่ไม่รักตัวเอง
ตอนนี้ผู้ก่อเหตุ อยู่ที่ห้องควบคุมผู้ต้องหาแล้ว และอยู่ระหว่างการสอบสวนและรวบรวมหลักฐาน กรณีขับรถจักรยานยนต์เข้าไปในโรงเรียน, ชกต่อคนขับรถกระบะ และขับรถย้อนศรขณะหลบหนี
เบื้องต้นได้มีการตรวจปัสสาวะผลเป็นสีม่วง จึงแจ้งข้อกล่าวหาเสพยาเสพติดให้โทษ ส่วนเรื่องป่วยจิตเวช หลังจากนี้จะนำตัวส่งโรงพยาบาลบางบัวทอง เพื่อประเมินอาการป่วย หากพบว่าป่วยทางจิตจริง จะส่งต่อรักษาที่โรงพยาบาลศรีธัญญา ซึ่งทางพนักงานสอบสวนจะนำตัวส่งฝากขังในวันพรุ่งนี้
ขณะเดียวกัน ทีมข่าวลงพื้นที่ไปหาแม่ของผู้ก่อเหตุ แต่ไม่พบ สอบถามเพื่อนบ้านบอกว่า หลังจากแม่รู้ว่าตำรวจจับตัวลูกชายได้แล้ว แม่มีอาการร้องไห้เสียใจ แต่ตอนนี้ไม่ทราบว่าออกจากบ้านไปไหน
ส่วนนายกเทศบาลพิมลราช ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโรงเรียน พบว่าเป็นไปตามปกติ การลงพื้นที่ครั้งนี้ เพื่อคุมเข้มมาตรการความปลอดภัย หวั่นเกิดเหตุซ้ำ