ฮุบป่าต้นน้ำปลูกขิง ดอยฮอด เชียงใหม่ ป่าแหว่ง 40 จุดภายในวันเดียว นายทุนปล่อยสารเคมีลงอ่างเก็บน้ำ กมธ.สิ่งแวดล้อม สว. เสนอรื้อถอน-ห้ามเก็บเกี่ยว หากไม่หยุดขบวนการนี้ ต้องสูญเสียพื้นที่ป่าไม้วันละ 400 ไร่
วันนี้ (14 ส.ค.69) ผู้สื่อข่าวรายงานปัญหานายทุนบุกรุกป่าต้นน้ำดอยฮอด จ.เชียงใหม่ ปลูกไร่ขิง โดยวานนี้ (13 ส.ค. 69) นายชีวะภาพ ชีวะธรรม ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นำคณะลงพื้นที่บริเวณที่ทำการอุทยานแห่งชาติออบหลวง ต.หางดง อ.อฮอด จ.เชียงใหม่ เพื่อติดตามการแก้ปัญหา โดยมี น.ส.ณัชธน์กมล พ่อค้า นายอำเภอฮอด นายกริชสยาม คงสตรี ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 เชียงใหม่ น.ส.ลักษวรรณ พวงไม้มิ่ง ผอ.สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 1 น.ส.นิภาพร ไพศาล หัวหน้าอุทยานแห่งชาติออบหลวง นำคณะเจ้าหน้าที่เข้าชี้แจงข้อมูล
นายชีวะภาพ เปิดเผยผ่านพื้นที่เฟซบุ๊กส่วนตัว ว่า ระหว่างการลงพื้นที่ ผอ.สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 1 เผยพฤติการณ์กลุ่มนายทุนปลูกขิงข้ามถิ่น (โดยเฉพาะจากเพชรบูรณ์และพิษณุโลก) บุกรุกพื้นที่ป่าเชียงใหม่ลุกลามไปแล้วกว่า 25 อำเภอ จนผู้ว่าราชการจังหวัด ต้องสั่งจับตาเป็นพิเศษ พบพื้นที่ป่าไม้ถูกทำลายอย่างหนัก ได้แก่ พื้นที่ ต.แม่ทะลบ อ.ไชยปราการ (ป่าสงวนแห่งชาติลุ่มน้ำแม่ฝาง) ต่อเนื่อง อ.ฝาง และ อ.แม่อาย ตรวจพบการแผ้วถางป่าต้นน้ำเพื่อปลูกขิงเชิงพาณิชย์จำนวนมหาศาล
ที่น่าตกใจคือ ชาวบ้านกลุ่มใช้น้ำ ต.แม่ทะลบ ร้องเรียนว่าสารเคมีจากการปลูกขิงบนยอดเขา ไหลปนเปื้อนลงสู่อ่างเก็บน้ำเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ป่าไม้ สนธิกำลังฝ่ายปกครอง ทหาร ตำรวจ ลุยจับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว 10 ราย (10 คดี) ยึดพื้นที่คืน 116 ไร่ 1 งาน 2 ไร่
นอกจากนี้ยังมีพื้นที่ ต.นาคอเรือ อ.ฮอด (ป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่แจ่มและป่าแม่ตื่น) ท้องที่บ้านแม่ลายดวงจันทร์ ภาพถ่ายดาวเทียมฟ้องชัดถึงการบุกรุกป่าลึกเข้าไปในเส้นทางทุรกันดาร เจ้าหน้าที่บุกตรวจยึดพื้นที่ได้ 8 แปลง รวม 169 ไร่ 2 งาน 87 ตร.ว. แต่การทำงานเต็มไปด้วยความยากลำบาก กลุ่มผู้กระทำผิดลอบวางตะปูเรือใบ บนเส้นทางดอย เพื่อกลั่นแกล้งและขัดขวางรถของเจ้าหน้าที่
ปัจจุบัน เจ้าหน้าที่ได้ส่งดำเนินคดีผู้กระทำผิดทั้งหมดแล้ว พร้อมจัดกำลังลาดตระเวนเฝ้าระวังเข้มข้น โดยขั้นต่อไป เตรียมงัดไม้แข็ง บังคับใช้กฎหมายตามมาตรา 25 แห่ง พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 อย่างเด็ดขาด เพื่อรื้อถอน ระงับยับยั้งความเสียหาย พร้อมจับมือ กมธ. สว. เร่งเดินหน้าแผนฟื้นฟูสภาพป่าต้นน้ำที่ถูกทำลาย ให้กลับมาเป็นป่าที่อุดมสมบูรณ์ของคนไทยทั้งประเทศต่อไป
จากนั้น นายชีวะภาพ นำคณะลงพื้นที่บริเวณบ้านแม่ลายดวงจันทร์ หมู่ 9 ต.นาคอเรือ อ.ฮอด ซึ่งเป็นจุดที่มีการรุกป่าปลูกขิงรวมกว่า 169 ไร่ แม้เจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดพื้นที่และปิดป้ายประกาศแจ้งเตือนแล้ว แต่ยังพบกลุ่มทุนแอบมาลักลอบปลูกขิงท้าทายระบบ
นายชีวะภาพ กล่าวว่า สภาพพื้นที่เดิมเมื่อไม่กี่เดือนก่อนยังคงเป็นผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์ แต่ระบบดาวเทียมของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ กลับจับภาพความผิดปกติ พบจุดบุกรุก โผล่พรวดขึ้นมาถึง 40 จุดภายในวันเดียว แม้กรมป่าไม้จะแจ้งความดำเนินคดีไว้ทั้ง 40 จุดแล้ว แต่ยังไม่ได้ตัวผู้ต้องหา ซ้ำร้ายจากการลงพื้นที่ยังพบร่องรอยการกางลวดหนามฮุบที่ ต้นขิงที่ปลูกไว้กำลังเติบโตเย้ยกฎหมาย และทันทีที่เจ้าหน้าที่ไปถึง กลุ่มคนเฝ้าแปลงขิงกว่า 40 แปลง ต่างพากันวิ่งเตลิดหนีมุดเข้าป่าไปอย่างรวดเร็ว หากไม่หยุดยั้งขบวนการนี้ ประเทศไทยจะต้องสูญเสียพื้นที่ป่าไม้ วันละ 400 ไร่
ทั้งนี้ ทาง กมธ. ได้หารือร่วมกับ ผอ.สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ และนายอำเภอ พร้อมเคาะ 3 มาตรการ เพื่อกวาดล้างขบวนการ โดยจะบังคับใช้กฎหมายเด็ดขาด รื้อถอนและห้ามเก็บเกี่ยวผลผลิต (ขิง) อย่างเด็ดขาด เพื่อดัดหลังไม่ให้นายทุนได้รับผลประโยชน์ใดๆ กลับไป พร้อมเสนอให้กรมป่าไม้จัดตั้งงบประมาณฉุกเฉิน ปลูกป่าทดแทนคืนพื้นที่ 1,000 - 2,000 ไร่ ทันที
นายชีวะภาพ ตั้งข้อสังเกตว่า "ขิง" เป็นพืชที่ปลูกบนที่ราบทั่วไปได้ ไม่มีความจำเป็นต้องถางป่าใหม่เลย การกระทำเช่นนี้เป็นการบุกรุกป่าโดยเจตนา ซึ่งไม่เข้าเงื่อนไขที่รัฐจะจัดสรรที่ดินทำกินให้ พร้อมแสดงความเชื่อมั่นว่า นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯ เป็นคนเอาจริงเอาจัง หากทราบเรื่องนี้จะไม่มีทางยอมให้ใครหน้าไหนมาทำลายสมบัติชาติอย่างแน่นอน