คู่สมรสทุกเพศ ถ้าจดทะเบียนถูกต้อง ประกันสังคมคุ้มครองสิทธิตามหลักเกณฑ์กฎหมาย

คู่สมรสทุกเพศ ถ้าจดทะเบียนถูกต้อง ประกันสังคมคุ้มครองสิทธิตามหลักเกณฑ์กฎหมาย

View icon 57
วันที่ 15 ส.ค. 2569 | 10.36 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
คู่สมรสทุกเพศ รับสิทธิประกันสังคมเท่าเทียม ถ้าจดทะเบียนถูกต้อง มีสถานะเป็นคู่สมรสที่ชอบด้วยกฎหมาย คุ้มครองสิทธิกรณีเสียชีวิต–บำเหน็จชราภาพ–ค่าทำศพ 
         
นางสาวกาญจนา พูลแก้ว เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม เปิดเผยว่า ภายหลังการบังคับใช้พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พ.ศ. 2567 หรือ “กฎหมายสมรสเท่าเทียม” ซึ่งปรับเปลี่ยนนิยามจาก “ชายและหญิง” เป็น “บุคคลสองคน” ส่งผลให้บุคคลทุกเพศที่จดทะเบียนสมรสอย่างถูกต้องตามกฎหมาย มีสถานะเป็นคู่สมรสที่ชอบด้วยกฎหมาย และได้รับการคุ้มครองสิทธิอย่างเท่าเทียม สำหรับสิทธิประโยชน์                       
จากกองทุนประกันสังคม คู่สมรสทุกเพศที่จดทะเบียนสมรสอย่างถูกต้องตามกฎหมาย สามารถได้รับสิทธิประโยชน์ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่สำนักงานประกันสังคมกำหนด โดยเฉพาะสิทธิกรณีเสียชีวิต ได้แก่ เงินสงเคราะห์กรณีตาย ค่าทำศพ และเงินบำเหน็จชราภาพ
         
กรณีเงินสงเคราะห์กรณีตาย หากผู้ประกันตนทำหนังสือระบุบุคคลผู้รับผลประโยชน์ไว้ เงินสงเคราะห์จะจ่ายให้แก่บุคคลดังกล่าวตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด หากไม่ได้ทำหนังสือระบุไว้ จะจ่ายให้ผู้มีสิทธิตามลำดับ ได้แก่
1. สามีหรือภรรยาที่จดทะเบียนสมรสถูกต้องตามกฎหมาย
2. บิดาและมารดา ทั้งนี้ กรณีไม่ได้จดทะเบียนสมรส จะได้รับสิทธิเฉพาะมารดา
3. บุตร รวมถึงบุตรบุญธรรมที่ถูกต้องตามกฎหมาย
         
กรณีค่าทำศพ คู่สมรสสามารถเป็นผู้จัดการศพและยื่นขอรับค่าทำศพจากสำนักงานประกันสังคมได้ โดยสำนักงานประกันสังคมจ่ายค่าทำศพในอัตราเหมาจ่าย 50,000 บาท ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนด
         
กรณีเงินบำเหน็จชราภาพ ผู้ประกันตนตามมาตรา 33 และมาตรา 39 เมื่อเสียชีวิตก่อนรับเงินบำนาญชราภาพ ทายาทมีสิทธิได้รับเงินบำเหน็จชราภาพ ซึ่งประกอบด้วยเงินสะสมและผลประโยชน์ตอบแทน โดยแบ่งให้แก่ผู้มีสิทธิ         ตามหลักเกณฑ์ ดังนี้
          1. บุตรชอบด้วยกฎหมาย ได้รับ 2 ส่วน หากมีบุตรตั้งแต่ 3 คนขึ้นไป ได้รับรวม 3 ส่วน
          2. สามีหรือภรรยาที่จดทะเบียนสมรส ได้รับ 1 ส่วน
          3. บิดาและมารดาที่มีชีวิตอยู่ ได้รับ 1 ส่วน
         4. บุคคลที่ผู้ประกันตนทำหนังสือระบุไว้ ได้รับ 1 ส่วนร่วมกับทายาท
         หากไม่มีทายาทหรือไม่มีผู้ที่ระบุไว้เป็นผู้รับผลประโยชน์ จะจ่ายตามลำดับ ได้แก่ พี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน น้องร่วมบิดาหรือร่วมมารดา ปู่ ย่า ตา ยาย และลุง ป้า น้า อา
        
เลขาธิการสำนักงานประกันสังคมแนะนำว่า ผู้ประกันตนสามารถกำหนดผู้รับผลประโยชน์เป็นบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ทายาทได้ โดยจัดทำหนังสือระบุผู้รับผลประโยชน์ไว้ล่วงหน้าตามหลักเกณฑ์ เพื่อให้การจ่ายสิทธิเป็นไปตามเจตนาของผู้ประกันตนอย่างถูกต้อง ทั้งนี้ ผู้มีสิทธิสามารถยื่นขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีเสียชีวิตได้ภายใน 2 ปี นับแต่วันที่ผู้ประกันตนเสียชีวิต ณ สำนักงานประกันสังคมจังหวัด หรือสำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่ที่สะดวกทั่วประเทศ
        
นางสาวกาญจนา กล่าวทิ้งท้ายว่า สำนักงานประกันสังคมมุ่งมั่นพัฒนาสิทธิประโยชน์และปรับปรุงระบบการให้บริการให้รองรับความหลากหลาย เพื่อให้ผู้ประกันตนทุกคนได้รับความคุ้มครองอย่างทั่วถึงและเสมอภาค พร้อมขอให้ผู้ประกันตนตรวจสอบและจัดเตรียมเอกสารเกี่ยวกับสิทธิของตนเองให้ครบถ้วน เพื่อประโยชน์ในการรักษาสิทธิและการรับสิทธิประโยชน์อย่างถูกต้อง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง