สิ้นสุดการรอคอย หลังพลัดพราก 1,460 วัน “พังแสนหวาน” ลูกช้างตาบอด ได้กลับมาสัมผัสแม่ “พังแสนสวย” แล้ว
วันนี้ (15 ส.ค. 69) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีภาพความประทับใจและเฝ้ารอของบรรดาแม่อุปถัมภ์และแฟนคลับของน้องช้างพังแสนหวานที่เดินมากับพี่ควาญช้างเพื่อมาพบกับแม่พังแสนสวย ที่พลัดพรากจากกันกว่า 4 ปี หรือ 1,460 วัน โดยน้องค่อย ๆ เดินขึ้นเนินมายังลานภายในโรงเรียนฝึกควาญช้าง สถาบันคชบาลแห่งชาติ ในพระอุปถัมภ์ฯ หรือ ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย อ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง
ช้างพังแสนหวานต้องเดินอย่างช้า ๆ เพราะตาทั้งสองข้างมองไม่เห็น โดยน้องใช้งวงถือกระเช้าดอกมะลิมาด้วย เพื่อมามอบให้กับแม่พังแสนสวย ซึ่งพี่ควาญได้พามารอ หลังจากที่พี่ควาญพาน้องมาเจอแม่ ก็ได้ส่งเสียงร้องเพื่อส่งสัญญาณ เมื่อเดินถึงตัวก็ใช้งวงในการสัมผัสแม่ช้าง ขณะที่แม่ช้างก็จำลูกได้ ทำให้ทั้งสองแม่ลูกคลอเคลียกันและในบางช่วงแม่ช้างได้ใช้งวงกอดน้องแสนหวานด้วย จึงเป็นภาพประทับอย่างมาก ทำให้บางคนถึงกับน้ำตาซึมด้วยความยินดี
สำหรับเรื่องราวที่แสนประทับใจและอบอุ่นของน้องช้างที่ชื่อพังแสนหวาน ปัจจุบันอายุ 7 ปีเศษ ซึ่งตาบอดทั้งสองข้างจากความซุกซนในวัยเด็ก ตอนอายุ 3 ปี ในปี พ.ศ. 2565 เป็นช่วงโควิด-19 ระบาด เจ้าของได้นำน้องแสนหวานกลับไปอยู่ที่บ้านในพื้นที่ อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน และได้นำน้องเลี้ยงในพื้นที่ที่มีการทำการเกษตรติดชายป่า ด้วยความซุกชน น้องใช้งวงไปแตะถังเคมีการเกษตร สารเคมีเข้าดวงตา เจ้าของรักษาแบบพื้นบ้านจนทำให้ตาอักเสบรุนแรง และถูกส่งตัวมาที่ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย แต่ได้สูญเสียดวงตาทั้งสองข้าง กระทั่งเจ้าของจึงประกาศขาย แต่ด้วยเมตตาของพระครูสังฆรักษ์วีรวัฒน์ วีรวฑฺฒโน หรือ พระครูอ๊อด วัดเจดีย์หลวง จ.เชียงใหม่ เมื่อได้ฟังเรื่องราวแล้วจึงตัดสินใจขอซื้อด้วยเงิน 450,000 บาท และให้อยู่ในการดูแลของสัตวแพทย์ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย เพื่อไม่ให้เจ้าของนำน้องไปเร่ร่อน และเพื่อความปลอดภัยของน้องเนื่องจากตามองไม่เห็น ซึ่งทำให้น้องจากแม่ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
จากนั้นในเดือน ธ.ค. 68 พระครูอ๊อด ได้พบกับพังแสนสวยโดยบังเอิญ ซึ่งแม่ช้างกำลังบาดเจ็บที่ดวงตาซ้าย จากการถูกควาญคนเก่าใช้หนังสติ๊กยิงใส่ จนเสี่ยงสูญเสียดวงตาเช่นเดียวกับลูก หลังจากที่ทราบว่าเป็นแม่ของพังแสนหวาน พระครูอ๊อด ตัดสินใจขอไถ่ชีวิตเพื่อรักษาดวงตา และได้ส่งมอบแม่พังแสนสวยให้แก่ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย เมื่อวันที่ 17 มิ.ย. 69 โดยแม่ช้างได้กลับไปอยู่กับลูกสาวพังแสนหวาน
สพ.ญ.วรางคณา ลังการ์พินธุ์ หรือ "หมอโบนัส" หัวหน้างานโรงพยาบาลช้าง เปิดเผยว่า จากการดูแลสุขภาพของน้องแสนหวานสุขภาพแข็งแรงดี น้ำหนักประมาณ 1,600 กิโลกรัม ไม่มีโรคถือว่าสมบูรณ์สมวัย ส่วนแม่แสนสวยตามองเห็นปกติดีแล้ว น้ำหนักประมาณ 2,800 กิโลกรัม จากการนำสองแม่ลูกเข้าหากันในวันนี้ ทุกคนได้ประจักร์แล้วว่าแม่ลูกยังจดจำกันได้ โดยน้องแสนหวานแม้จะตาบอดและจากแม่มากกว่า 4 ปี แต่ช้างจะมีลักษณะพิเศษ คือการจดจำกลิ่นตัวและเสียงของแม่ได้ ซึ่งทำให้สองแม่ลูกจดจำกันได้อย่างรวดเร็ว และน้องดูมีความสุขมาก โดยก่อนหน้านี้น้องจะสนิทเฉพาะกับควาญช้าง คือ พี่ผักแค ซึ่งเป็นเหมือนทั้งพ่อและแม่ของน้อง แต่วันนี้ทุกคนก็ดีใจที่ทั้งสองแม่ลูกจะได้ใช้ชีวิตด้วยกัน และแม่จะได้คอยดูแลลูก ส่วนลูกก็จะได้สื่อสารกับแม่ช้างในภาษาเดียวกัน
ด้านควาญผักแค บอกว่า ที่ผ่านมาเลี้ยงน้องแสนหวานก็รักเหมือนคนในครอบครัว จะเรียกยากกว่าช้างเชือกอื่น เนื่องจากน้องมองไม่เห็น จึงต้องช่วยเวลาเดิน การสื่อสารเวลาหิวก็จะใช้งวงมาล้วงในกระเป๋า คือใช้งวงคลำและส่งเสียงบ้าง