สนามข่าว 7 สี - ตัวแทน พศ. เข้าพบเจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม ย้ำกรรมสิทธิ์ในที่ดินเป็นของวัด หลังจากนี้จะดำเนินการเรื่องเอกสารให้ถูกต้อง ด้านเจ้าอาวาสเปิดกุฏิต้อนรับชาวบ้าน และนักข่าวยืนยันสบายดี ไม่กดดัน พร้อมบอกว่าเป็นพระกระดูกเหล็ก ต่อสู้เรื่องนี้มานานกว่า 30 ปี
เมื่อวานนี้ ญาติโยมพากันไปทำบุญ ตั้งโรงทานที่วัดป่าอดุลยาราม ในเขตเทศบาลนครขอนแก่น พร้อมเข้าไปให้กำลังใจ พระครูอดุลสารนิเทศ เจ้าอาวาสฯ เป็นจำนวนมาก หลังเมื่อช่วงค่ำวันที่ 15 สิงหาคม ทางวัดเรียกรถกู้ชีพให้มารับตัวเจ้าอาวาสไปส่งโรงพยาบาล เนื่องจากหลวงพ่อไปฟอกไต เมื่อกลับไปวัด ค่าออกซิเจนในเลือดต่ำเหลือเพียง 80 % มีอาการวูบ และวิงเวียนศีรษะ
แพทย์ได้รักษา พร้อมแนะนำให้หลวงพ่อพักผ่อน ทางเจ้าอาวาสมีสีหน้ายิ้มแย้ม ฝากแจ้งขอญาติโยมที่ติดตามข่าวสารสบายใจ ไม่ต้องเป็นห่วง ยืนยันว่าหลวงพ่อสบายใจ เป็นพระกระดูกเหล็ก ต่อสู้เรื่องนี้มายาวนานกว่า 30 ปี ไม่เป็นอะไรง่าย ๆ
หลวงพ่อยังแสดงกังวลใจเรื่องผู้ไม่หวังดีแอบอ้างชื่อวัดไปเรี่ยไรเงินมาใช้จ่ายค่าโอนที่ดิน ยืนยันทางวัดไม่มีคนกลางออกไปเรี่ยไร ทางวัดไม่มีตู้บริจาค หากชาวบ้านต้องการทำบุญขอให้สแกนคิวอาร์โคดโอนเข้าบัญชีวัดเท่านนั้น หรือให้ติดต่อเจ้าอาวาสโดยตรง เพื่อป้องกันตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพ
ส่วนประตูทางเข้าวัด พิมพ์ปีจัดสร้าง พ.ศ. 2532 หลวงพ่อ ยืนยันว่าประตูดังกล่าว สร้างเสร็จ พ.ศ. 2532 จริง สร้างเสร็จก่อนที่หลวงพ่อจะมาจำพรรษา 1 ปี คนที่สร้างวัดเสียชีวิตไปเกือบหมดแล้ว จึงไม่อยากให้สอบถามเรื่องนี้
ส่วนขั้นตอนเปลี่ยนชื่อในโฉนดที่ดินให้เป็นของวัด อาจจะใช้เวลาหลายเดือน หลวงพ่อย้ำว่าวัดรอได้ เพราะรอมานานกว่า 30 ปี ไม่อยากให้กดดันเจ้าหน้าที่ เพราะเชื่อว่าทุกคนทำตามหน้าที่อยู่แล้ว
นายไชยยงค์ กงศรี อดีตหัวหน้างานบริการการศึกษา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เล่าย้อนอดีตช่วงที่มีการจัดตั้งวัด ตนเองมีส่วนร่างหนังสือขอจัดตั้งวัด ในนามของพุทธศาสนิกชน ไปยื่นต่อหน่วยงานราชการ มีขั้นตอนใช้เวลานานพอสมควร จนเมื่อเดือนเมษายน 2541 กระทรวงศึกษาธิการ ประกาศจัดตั้งวัดอย่างเป็นทางการ
ส่วนเรื่องที่ นายเฮียง บริจาคที่ดินให้ทางวัดเกิดขึ้นปี 2533 ตอนนั้นตนเองยังไม่ได้มาสร้างบ้านอยู่ในพื้นที่ ไม่ทราบเหตุการณ์โดยตรง แต่ได้เห็นจากภาพหลักฐานที่เจ้าอาวาสนำมาให้ดูนายเฮียง นำโฉนดที่ดินมาทำเป็นผ้าป่า
และยังมีรายละเอียดบริจาคเงินให้กับทางวัด มีหลักฐานเป็นรูปถ่าย และบัญชีรายรับ รายจ่ายของวัด ข้อพิพาทที่เกิดขึ้นส่วนตัวมองว่า ควรอยู่บนพื้นฐานข้อเท็จจริง และเอกสารทางกฎหมายมากกว่าการมุ่งเอาชนะกัน
เมื่อเย็นวานนี้ ตัวแทนจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) พร้อม ศาสตราจารย์ (พิเศษ) ธงทอง จันทรางศุ ประธานคณะกรรมการคุ้มครองพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ได้เข้าพบเจ้าอาวาส เพื่อสอบถามอาการอาพาธ พร้อมชี้แจงยืนยันว่ากรรมสิทธิ์ที่ดินของวัด หลังพูดคุยประมาณ 20 นาที
อาจารย์ธงทอง พร้อมคณะตั้งโต๊ะชี้แจงรายละเอียดต่อนักข่าว ระบุว่า เหตุการณ์ 3-4 วันที่ผ่านมา เวลานี้เข้ารูปเข้ารอย เรื่องบุคคลที่ไปแจ้งกับกรมที่ดินว่าโฉนดที่ดินสูญหาย ซึ่งไม่ตรงข้อเท็จจริง เพราะเอกสารตัวจริงอยู่กับทางวัด สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ จังหวัดขอนแก่น ประสานให้ผู้ตรวจราชการฯ สำนักพุทธ ทราบ และดำเนินการแล้ว
ส่วนเรื่องโฉนดที่ยืดเยื้อยาวนาน ยังไม่เปลี่ยนให้เป็นชื่อของวัด ถึงแม้ว่ากรรมสิทธิ์ในความเป็นเจ้าของจะเป็นเจ้าของวัดมาช้านาน ขณะนี้เหลือเพียงโอนกรรมสิทธิ์ให้ถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น ถึงแม้ทางราชการจะมีขั้นตอน ตนเองรับปากจะทำให้ดี และเร็วที่สุด
ส่วนเรื่องความปลอดภัย อาจารย์ธงทอง บอกว่า ไม่ต้องเป็นห่วง มีตำรวจมาช่วยดูแล ญาติโยมเข้ามาทำบุญได้ด้วยความสบายใจ ส่วนในวันนี้ (17 ส.ค.) ตนเองพร้อมคณะ จะเดินทางเข้าพบผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เพื่อหารือและบูรณาการทำงานร่วมกันในการกำหนดแนวทางการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้ขั้นตอนทางกฎหมายดำเนินไปอย่างราบรื่นและรวดเร็วที่สุด อันจะช่วยคลายความกังวล และสร้างความสบายใจให้กับพุทธศาสนิกชนทั่วประเทศที่ติดตามข่าวสาร
ส่วนทางคดี ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองขอนแก่น เปิดเผยว่า พนักงานสอบสวนได้ดำเนินการออกหมายเรียก ป้าดา ข้อหาบุกรุกแล้ว ส่งหมายเรียกให้นำตัวเข้าพบพนักงานสอบสวนในวันที่ 27 สิงหาคมนี้ ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีการติดต่อกลับมา
ตำรวจได้สอบปากคำพยานไปแล้วหลายปาก ทั้งคนขับรถปูน ผู้ช่วยคนขับ และร้านจำหน่ายวัสดุก่อสร้าง อยู่ระหว่างการออกหมายเรียกคนขับรถตู้ 2 คัน รวมถึงผู้โดยสาร มีภูมิลำเนาอยู่ที่กรุงเทพฯ มาให้ข้อมูล พร้อมเตือนให้ผู้เกี่ยวข้องทุกคน เร่งเข้าพบพนักงานสอบสวน หากพบหลักฐานการร่วมกระทำความผิด จะถูกดำเนินคดีเช่นกัน
ส่วนกรณีที่มีการยื่นขอออกใบแทนโฉนดที่ดิน ก่อนที่วัดจะนำโฉนดจริงไปยื่นคัดค้าน นายพงษ์สุวัจน์ ไชยต้นเชือก เจ้าหน้าที่สำนักงานที่ดินจังหวัดขอนแก่น มอบหมายให้หัวหน้ากลุ่มงาน ที่เป็นคนรับเรื่อง เข้าแจ้งความกับตำรวจในวันอังคารนี้ เพราะการกระทำดังกล่าว เป็นการให้การเท็จต่อเจ้าพนักงาน แต่ความเสียหายยังไม่เกิดขึ้น เพราะยังไม่ได้ออกใบแทน