เล่าต๋า เก็บตัวเงียบ เตรียมบายศรีสู่ขวัญใหญ่ตามประเพณีชนเผ่าลีซู

เล่าต๋า เก็บตัวเงียบ เตรียมบายศรีสู่ขวัญใหญ่ตามประเพณีชนเผ่าลีซู

View icon 202
วันที่ 17 ส.ค. 2569 | 10.23 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
“เล่าต๋า” เก็บตัวเงียบ ชาวบ้านเตรียมบายศรีสู่ขวัญใหญ่ตามประเพณีชนเผ่าลีซู ยังไม่สะดวกให้สัมภาษณ์ ครอบครัวอยากให้นายเล่าต๋าได้ใช้ชีวิตแบบเงียบ ๆ ไม่ได้ต้องการเป็นข่าวใด ๆ กิจการปั๊มน้ำมันที่ถูกยึดทรัพย์ ถูกปล่อยทิ้งร้าง

หลังได้รับการปล่อยตัว ปรากฎภาพ เล่าต๋า  แสนลี่ ภายในงานกินเลี้ยงผูกข้อมือต้อนรับ นายเล่าต๋า ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 15 ส.ค.69 ที่บ้านพักของในพื้นที่หมู่ 10 ต.ท่าตอน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่

เช้าวันนี้ (17 ส.ค.69) ผู้สื่อข่าวได้ติดต่อขอเข้าสัมภาษณ์นายเล่าต๋า แต่ทางครอบครัวปฏิเสธว่ายังไม่สะดวก โดยให้เหตุผลว่า อยากให้นายเล่าต๋าได้ใช้ชีวิตกับครอบครัวแบบเงียบ ๆ ไม่ได้ต้องการเป็นข่าวใด ๆ ทราบเพียงว่าในวันพรุ่งนี้ (18 ส.ค.69) ครอบครัวและชาวบ้านจะทำพิธีบายศรีสู่ขวัญตามประเพณีของชนเผ่าลีซูให้กับนายเล่าต๋าอีกครั้ง ส่วนพื้ยที่ซึ่งเคยเป็นปั๊มน้ำมัน ของนายเล่าต๋าที่ถูกยึดทรัพย์ ถูกปล่อยทิ้งร้าง

สืบค้นประวัตินายเล่าต๋า แสนลี่ ปัจจุบันอายุ 86 ปี เป็นกลุ่มชาติพันธุ์เผ่าลีซูหรือลีซอ เคยเป็นผู้ใหญ่บ้านห้วยส้าน หมู่ 10 ต.ท่าตอน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ ปี 2540 แต่ถูกผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ในขณะนั้นไล่ออกจากตำแหน่ง เนื่องจากตรวจสอบพบมีพฤติการณ์ลักลอบค้ายาเสพติด

ปี 2546 นายเล่าต๋าถูกจับกุมและดำเนินคดีในความผิด 3 ข้อหาคือ ลักลอบค้ายาเสพติด ความผิด พ.ร.บ.อาวุธปืน และจ้างวานฆ่าผู้อื่น ติดคุกอยู่ 4 ปี ต่อสู้คดีถึง 3 ศาล ก่อนที่ศาลฎีกาจะตัดสินยกฟ้องในปี 2550 โดยให้เหตุผลว่าคำเบิกความของพยานโจทก์ขัดกับเหตุผลและข้อเท็จจริง ไม่มีน้ำหนักที่จะรับฟังให้ลงโทษจำเลยได้ ภายหลังฟังคำพิพากษาในครั้งนั้น นายเล่าต๋าพร้อมบุตรชายทั้ง 2 คน เดินออกมาด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ระบุว่า ดีใจที่ศาลยกฟ้อง และยืนยันไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด ไม่ได้รู้จักกับ “ขุนส่า” ราชายาเสพติด

จากนั้นนายเล่าต๋าได้สร้างอาณาจักรที่หมู่บ้าน คล้ายป้อมปราการ แม้จะเคยถูกเจ้าหน้าที่หลายฝ่ายบุกตรวจค้น แต่ก็ไม่เคยพบของผิดกฎหมายใด ๆ มีการเปิดธุรกิจร้านกาแฟ ปั๊มน้ำมัน ร้านอาหารอีกหลายแห่งใน จ.เชียงใหม่ ส่งออกเมล็ดกาแฟไปไต้หวัน จนมีฐานะร่ำรวย ส่งลูกหลานเข้าไปเป็นนักการเมืองท้องถิ่นและผู้นำท้องถิ่นหลายคน

กระทั่งวันที่ 11 ตุลาคม 2559 ปฏิบัติการจับกุมเล่าต๋าได้เกิดขึ้นอีกครั้ง โดย พล.ต.ท.สมหมาย กองวิสัยสุข รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) ในขณะนั้น พร้อมด้วยทหาร ตำรวจ และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง บุกเข้าจับกุมเครือข่ายยาเสพติดของ นายเล่าต๋า ที่บริเวณปั๊มน้ำมันเล่าต๋าปิโตรเลียม นอกจากจะจับกุมนายเล่าต๋าแล้ว ยังได้จับกุมตัว นายวิจารณ์ แสนลี่ อายุ 40 ปี อดีตกำนันตำบลแม่อาย นายสุขเกษม แสนลี่ อายุ 36 ปี ทั้งคู่เป็นบุตรชายของนายเล่าต๋า บุคคลในบ้าน และลูกน้อง รวม 14 คน พร้อมของกลางไอซ์ 20 กิโลกรัม เงินสดล่อซื้อกว่า 10 ล้านบาท และอาวุธปืนสงครามอีกจำนวนมาก

หลังจับกุม ตำรวจปราบปรามยาเสพติดได้นำกำลังเข้าตรวจค้นบ้านพักของนายเล่าต๋า เพื่อตรวจยึดทรัพย์ทั้งหมด ที่ได้มาจากการค้ายาเสพติด เบื้องต้นได้ยึดทรัพย์สิน อาทิ งาช้าง พระเครื่อง รถยนต์หลายคัน พร้อมยึดทรัพย์อีกกว่า 1,000 ล้านบาท

กระทั่ง 13 ธันวาคม 2560 ศาลมีคำสั่งประหารชีวิต “เล่าต๋า” แต่จำเลยรับสารภาพทำให้ลดโทษเหลือจำคุกตลอดชีวิต ปรับ 2.5 ล้านบาท ต่อมา 12 ธันวาคม 2562 ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น จำคุกตลอดชีวิต แต่โทษได้สิ้นสุดและได้รับการปล่อยตัวออกจากเรือนจำกลางบางขวาง เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2569 เนื่องมาจากได้รับพระราชทานอภัยโทษต่อเนื่องรวม 6 ครั้ง ตามเกณฑ์นักโทษสูงวัยและนักโทษชั้นเยี่ยม รวมระยะเวลาต้องโทษจริงประมาณ 8 ปีเศษ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง