ตร.ชี้แจงชายบิดหนีตกหลุมเสียชีวิต จ.บุรีรัมย์

View icon 13
วันที่ 17 ส.ค. 2569 | 10.51 น.
ห้องข่าวภาคเที่ยง
แชร์
ห้องข่าวภาคเที่ยง - ตำรวจ สภ.พุทไธสง ออกมาชี้แจงแล้ว หลังจากแม่ร้องขอความเป็นธรรม ลูกชายซิ่งหนีตำรวจ ไล่กวดจับรถจักรยานยนต์แต่งซิ่ง สุดท้ายรถตกหลุม เสียหลักล้มเสียชีวิต

นี่เป็นคลิปที่ตำรวจถ่ายไว้ ขณะไล่สกัดจับรถจักรยานยนต์แต่งซิ่ง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน คนขี่พกพากระเป๋าในลักษณะต้องสงสัย อาจมีสิ่งผิดกฎหมาย ไปบนถนนเส้นพุทไธสง-ชุมพลบุรี จังหวัดบุรีรัมย์

ตำรวจพยายามบอกให้หยุดรถ แต่คนขี่ไม่ให้ความร่วมมือ พร้อมเร่งเครื่องหนี ทำให้ตำรวจต้องไล่ตามอย่างกระชั้นชิด จังหวะคนขี่เลี้ยวรถเข้าถนนลูกรังด้วยความรีบร้อน ทำให้รถตกหลุมขนาดใหญ่ เสียหลักหมุนหลายรอบ ส่งผลให้ นายกิตติภพ อายุ 34 ปี ที่เป็นคนขี่เสียชีวิต เหตุเกิดเมื่อ 13 สิงหาคมที่ผ่านมา

แม่ของผู้เสียชีวิต ได้มาร้องขอความเป็นธรรม ยืนยันลูกชายไม่ได้มีเจตนาทำผิดกฎหมายร้ายแรง และไม่ได้มีสิ่งของผิดกฎหมาย วันเกิดเหตุ ลูกชายขี่รถแต่งซิ่งกลับบ้าน หลังจากไปเติมน้ำมัน ในตัวอำเภอพุทไธสง ระหว่างทางมาเจอตำรวจเรียกตรวจค้น ลูกชายตกใจ ประกอบกับช่วงต้นเดือนตุลาคมที่จะถึงนี้ ลูกชายมีกำหนดเดินทางไปทำงานที่ต่างประเทศ อยู่ระหว่างเตรียมเอกสารและหนังสือเดินทาง หากถูกจับกุมแจ้งข้อหา อาจเสียประวัติและถูกตัดสิทธิ์ไปทำงานต่างประเทศ ลูกชายจึงตัดสินใจหลบหนี

ตนเองมองว่าการไล่ติดตามของตำรวจ ระยะทางเกือบ 4 กิโลเมตร เป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุ จนทำให้ลูกชายเกิดอุบัติเหตุถึงแก่ชีวิต

ล่าสุดทีมข่าวพุดคุยกับ ผู้กำกับการ สภ.พุทไธสง บอกว่า วันเกิดเหตุ ตำรวจออกตรวจพื้นที่ไปพบรถจักรยานยนต์คันนี้ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนและแต่งซิ่ง ขี่อยู่บนถนน จึงเรียกให้หยุดขอตรวจสอบ แต่ผู้ตายไม่ยอมหยุดรถ กลับเร่งเครื่องหลบหนี ตำรวจไล่ติดตามไปพบว่ารถจักรยานยนต์คันนี้ขี่ตกหลุมบาดเจ็บ และประสานนำตัวส่งโรงพยาบาล แต่เสียชีวิตในเวลาต่อมา ยืนยันตำรวจทำไปตามหน้าที่

สำหรับโทษการขับขี่รถจักรยานยนต์หลบหนี ไม่ยอมให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจค้น จะมีความผิดพื้นฐานในข้อหา "ขัดคำสั่งเจ้าพนักงานโดยไม่มีเหตุอันสมควร" ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 10 วัน หรือปรับไม่เกิน 5,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

หากมีการเร่งเครื่องซิ่งหนีอย่างน่าหวาดเสียว จะโดนข้อหาตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 ขับขี่ไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่น มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับตั้งแต่ 2,000-10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ในกรณีนี้ไม่สวมหมวกกันน็อก ก็มีโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 2,000 บาท

ข่าวที่เกี่ยวข้อง